Wired Magazine – iPad Edition

August 31st, 2010

บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร art4d ฉบับที่ 172 ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2553

Wired Magazine - iPad Edition
June 2010
Conde Nast Digital

ความพยายามในการใช้สื่อดิจิทัลมาทดแทนสิ่งพิมพ์ในรูปแบบหนังสือนั้นมีมานานมากแล้ว คำว่า e-book เริ่มปรากฏในสื่อมาไม่น้อยกว่า 10 ปีและกระจัดกระจายอยู่บนอินเตอร์เน็ตจนถึงอุปกรณ์พกพาต่างชนิด ไม่เว้นแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่ในลักษณะที่พยายามจะเลียนแบบหนังสือเล่มให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยยกหน้าของหนังสือเล่มมาวางไว้บนหน้าจอให้พลิกอ่านได้ ทั้งยังใส่เสียงพลิกหน้ากระดาษเพื่อเลียนแบบประสบการณ์จากเทคโนโลยีเก่าให้ถึงที่สุด จนถึงลักษณะที่เป็นข้อความล้วนๆ บนหน้าจอขาวดำของอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่มีความสามารถในการแสดงผลจำกัด แต่ทั้งหมดก็ยังไม่สามารถทำให้ e-book เข้ามาเป็นรูปแบบหลักของการบริโภคข่าวสารแทนที่หนังสือเล่ม จนกระทั่งในช่วง 2-3 ปีมานี้เองที่ความพร้อมของปัจจัยหลายอย่างเริ่มมาบรรจบกัน ด้วยปริมาณของข้อมูลที่ถูกนำเสนอในรูปแบบดิจิทัลที่มีมากขึ้นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทำให้การส่งต่อข้อมูลสะดวกขึ้น อุปกรณ์พกพาที่มีความสามารถดีขึ้นและให้ประสบการณ์การอ่านใกล้เคียงการถือหนังสือเล่มมากขึ้น รวมทั้งความพร้อมของสิ่งพิมพ์ และวารสารประเภทต่างๆ ในการปรับตัวเข้าสู่ระบบการจัดจำหน่ายสื่อดิจิทัลเพื่อรองรับอุปกรณ์เหล่านั้น

Read the rest of this entry »

ผมเป็นเด็กสยาม พ่อเป็นเด็กพระรามสี่

May 19th, 2010

“ผมเป็นเด็กสยาม”

ราวสามสิบปีก่อน ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ความ คุณแม่พาผมนั่งเบาะเด็ก ติดรถไปร้านขายเสื้อผ้าของแม่ที่สยามเซ็นเตอร์ ที่นั่น, ผมได้รู้จักกับเพื่อนๆ ของคุณแม่ ที่เป็นเจ้าของร้านข้างเคียง, พนักงานร้านอาหารไฮไลท์ บนชั้นสี่ เครือเดียวกับนิวไลท์ ในสยามสแควร์

ยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนเริ่มเดินได้และซุกซน ผมหกล้มในร้านของคุณแม่ในสยามเซ็นเตอร์เพราะเต้นตามเพลงแรงไปหน่อย หัวแตก ต้องเย็บหลายเข็ม เป็นแผลเป็นอยู่บนหน้าผากถึงทุกวันนี้

สิบกว่าปีก่อน ผมก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ชอบมาเดินเที่ยว ดูหนัง เรียนพิเศษ ในสยามสแควร์ มีเพื่อนบางกลุ่มมีร้านประจำ โต๊ะประจำในสยามสแควร์ ชอบเข้าร้านหนังสือบนเวิร์ลดเทรด จนเมื่อเป็นนิสิตจุฬาฯ ก็ยังใช้เวลาว่างในสยามสแควร์ และฝึกงานกับค่ายเพลงแห่งหนึ่งในสยามสแควร์

สิบปีผ่านไปหลังจากเรียนจบ ผมยังนิยมแวะเวียนไปสยามสแควร์ ไปซื้อเพลงจากร้านเดิมที่เคยอุดหนุนกันมาตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย

Read the rest of this entry »

Pitching Fee

February 16th, 2010

เมื่อวานนี้มี (ว่าที่) ลูกค้ารายใหม่ ติดต่อเข้ามา อยากจะจ้างบริษัทของผมออกแบบ identity ให้ หลังจากได้คุยรายละเอียดผลิตภัณฑ์คร่าวๆ แล้วจึงเฉลยว่าจะต้องแข่งกับอีกสองสามราย อยากให้เข้าไปรับบรีฟแล้วเสนอผลงานร่างแรกกลับมาพร้อมกับราคา ผมจึงตอบไปว่า “ต้องมีค่าใช้จ่าย”

ในมุมมองของผม การออกแบบกราฟิกคือธุรกิจบริการ มีต้นทุนคือเวลาและพลังสมอง มีผลิตผลเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าทำงานไปให้ฟรีๆ แล้วลูกค้าถูกใจแบบของผม แต่ถูกใจราคาของผู้ให้บริการรายอื่น ก็ไม่มีหลักประกันใดว่าจะไม่ถูกนำเอาแบบไปให้รายอื่นทำต่อ หรือเก็บไว้ทำเอง ถ้ามองโลกในแง่ร้าย ต่อให้มีค่าเหนื่อยให้ ก็อาจจะถูกนำแบบไปใช้ได้อยู่ดี แต่อย่างน้อย ไม่ต้องทำงานฟรี

Read the rest of this entry »

dpbp live #2 ตอน “ของญี่ปุ่น-ของไทย”

February 6th, 2010

ร่วมรับฟังการเสวนาอย่างมีสาระ แบบ “ดีไซน์ไป บ่นไป” กับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานออกแบบของญี่ปุ่น

  • รศ.บุญสนอง รัตนสุนทรากุล คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • ผศ.ดร.ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิตสาขาการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต
  • คุณสันติ ลอรัชวี นักออกแบบกราฟิกจาก Practical Studio และอาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 17:00 น. ณ แกรนด์ ฮอลล์ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์

กิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “เรียงชีวิต ร้อยดีไซน์” เรียนรู้ชีวิตชาวญี่ปุ่น จากวันวานและวันนี้ (Japanese Design Today 100) 27 ม.ค. – 6 ก.พ. 2552

สนับสนุนโดย อาซาฮี ซูเปอร์ ดราย

ผลงานออกแบบของตัวเองที่ชอบที่สุดในชีวิต

January 24th, 2010

ในการทำงานสอนของผม ผมจะเริ่มเทอมใหม่ด้วยการทำความรู้จักนักศึกษาในฐานะนักออกแบบ นั่นคือให้ทุกคนนำผลงานของตัวเองที่ชื่นชอบที่สุดมาเล่าให้ฟัง การทำความรู้จักกันด้วยวิธีนี้เป็นประโยชน์กับตัวผู้สอนอย่างมากในการจับประเด็นความสนใจและทักษะของนักศึกษา เพื่อจะได้ชี้แนะและผลักดันแต่ละคนไปได้ถูกทาง

แน่นอนว่าตัวอาจารย์ผู้สอนเองก็ต้องเปิดใจ เล่าเรื่องงานของตัวเองให้ฟังด้วย และทุกครั้ง ผมจะเลือกงานชิ้นนี้ขึ้นมาเล่าให้นักศึกษาฟัง ซึ่งมันไม่ใช่งานที่ทำให้หลายคนรู้จักผมในฐานะนักออกแบบ ไม่ใช่งานที่ทำในฐานะนักออกแบบด้วยซ้ำ แต่เป็นงานที่ทำขึ้นในฐานะนักเรียนม.ปลาย มันคือปกของ “สาธิตานุสรณ์” หนังสือรุ่นของโรงเรียนมัธยมสาธิต มศว. ประสานมิตร

Read the rest of this entry »

Olympus E-P1 : ชัยชนะของหัวใจเหนือสมอง

December 23rd, 2009

อย่างที่เรารู้กันว่าสมองซีกซ้ายเป็นส่วนที่ควบคุมร่างกายซีกขวา และความคิดเรื่องตรรกะและเหตุผล ส่วนสมองซีกขวาควบคุมร่างกายซีกซ้ายและเรื่องของอารมณ์ แต่ไม่รู้ว่าหัวใจมาอ้างสิทธิ์การครอบครองการใช้อารมณ์เมื่อไหร่เหมือนกัน เราเลยมักจะได้ยินการเปรียบเทียบการใช้เหตุผลต่อสู้กับอารมณ์ว่าเป็นเรื่องของสมองกับหัวใจ หรือว่าภาพสมองสองซีกทะเลาะกันมันดูไม่โสภาและไม่น่าจะมีใครชนะก็ไม่รู้สิ?

ตัวผมเป็นคนถนัดซ้ายที่ถูกบังคับมาแต่เด็กให้เขียนหนังสือมือขวาจนเกิดเป็นความถนัดสองมือแบบเอียงซ้าย และเป็นคนทำงานสายศิลปะที่มีระเบียบวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ความแตกต่างที่ดูเหมือนจะขัดแย้งนี้ทำให้การตัดสินใจหลายครั้งในชีวิตของผมเป็นผลลัพธ์จากการปะทะกันระหว่างสมองกับหัวใจอย่างรุนแรงโดยผลัดกันเป็นฝ่ายชนะ

ต่อไปนี้คือเรื่องราวเกี่ยวกับชัยชนะของหัวใจครั้งหนึ่งที่ผมอยากจะบันทึกไว้

Read the rest of this entry »

คนขับแท็กซี่อายุ 82 ปี

December 23rd, 2009

slogan

ไม่ได้เขียนอะไรบนนี้มานานมาก เพราะภาระหน้าที่ส่วนตัวหลายอย่าง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคืออาการป่วยของคุณพ่อที่ทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ได้เดือนกว่าแล้ว ในระหว่างนี้ก็ได้พบกับผู้คนหลากหลาย และได้เรียนรู้บางแง่มุมเกี่ยวกับชีวิตคนแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน ซึ่งอาจจะทะยอยมาเล่าให้ฟังบนนี้บ้างในภายหลัง

เริ่มเรื่องแรกกันดีกว่า…

วันหนึ่ง ผมต้องเดินทางออกจากโรงพยาบาลไปทำธุระที่อื่นโดยแท็กซี่ แวบแรกที่กระโดดขึ้นรถแล้วหันไปบอกคนขับถึงที่หมาย ผมสะดุดตากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยับย่นของคุณคนขับ เขาดูแก่เกินกว่าที่จะมาขับแท็กซี่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจยิ่งกว่าคือเสียงดังฟังชัดอันสดใสของเขาที่พูดถามมาก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากว่า ”จะไปไหนครับท่าน?” ผมอมยิ้มเพราะไม่มีใครเรียกผมว่าท่านมาก่อน

หลังจากออกรถ บทสนทนาของเราเริ่มขึ้น

ลุง : “ท่านมาเข้าโรงพยาบาลนี่ป่วยเป็นอะไรหรือครับ”

ผม : “ผมไม่ได้ป่วยหรอกครับ แต่คุณพ่อผมเข้าโรงพยาบาลมาได้เดือนนึงแล้ว”

คุณลุง (หรือถ้าจะให้ถูก อาจต้องเรียกว่าคุณปู่) คนขับแท็กซี่คนนี้ดูกระฉับกระเฉงและอารมณ์ดีมาก ผมอดไม่ได้ที่จะถาม

ผม : “ขอโทษนะครับ ลุงอายุเท่าไหร่แล้วครับ”

ลุง : “แปดสิบสองปีแล้วครับ”

Read the rest of this entry »

นักออกแบบระดับโลก ยังคงออกปฏิบัติการอยู่

October 30th, 2009

นาย J. “นักออกแบบระดับโลก” จากที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ยังออกปฏิบัติการอยู่นะครับ

เร็วๆ นี้ผมกดเมาส์ผิดไปโดน bookmark กระทู้เรื่องนาย J. บนพันทิป หลังจากไม่ได้สนใจมานานแล้ว พบว่ามีคนกำลังสงสัยตัวตนของนาย J. อีกเช่นเคย ผมจึงได้ส่งข้อมูลเรื่องที่ผมได้พบเจอไปให้ และนี่คือข้อความที่ได้รับตอบกลับมาครับ

Read the rest of this entry »

Jonathan Ive at Design Museum

October 13th, 2009

DSC_0781

บันทึกจากการบรรยายของ Jonathan Ive ที่ Design Museum, London ในวันที่ 24 ตุลาคม 2004 ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร art4d ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากเมื่อไม่นานนี้ได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple จึงนึกถึงบทความนี้ขึ้นมา และขอนำมาเผยแพร่ที่นี่อีกครั้ง

แต่ไหนแต่ไรมา การศึกษาสอนให้ผมรู้จักศิลปินหรือนักออกแบบจากตัวผลงานเท่านั้น ถ้าไม่นับวงการแฟชั่นที่นักออกแบบต้องเดินคู่กับนางแบบบนเวทีเมื่อจบโชว์ทุกครั้งแล้ว โอกาสที่จะเห็นหน้าตานักออกแบบในสาขาอื่นๆ นั้นน้อยมาก แต่พักหลังๆ นี้ เหล่านักออกแบบเริ่มจะปรากฏตัวตามสื่อมากขึ้นๆ ตอนนี้ลูกค้า BMW เริ่มจำหน้า Chris Bangle ได้ คนซื้ออัลบั้มเพลงอาจแอบเห็นภาพ Peter Saville วางมาดเท่ได้ไม่แพ้ rock star เจ้าของอัลบั้ม นิตยสารบางเล่มเอารูปนักออกแบบขึ้นหน้าปกชัดเจนกว่าผลงาน จะบอกว่าสถานภาพของนักออกแบบในดวงใจคนบางกลุ่มเริ่มใกล้เคียงดาราก็ว่าได้

Read the rest of this entry »

ขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่น

October 12th, 2009

20091007_MNP_123 - Version 2

การสนทนาสดครั้งแรกของ “design ไป บ่นไป” ในชื่อตอนว่า “เชื่อมั่นประเทศไทย กับนักออกแบบกราฟิก” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ได้ผ่านพ้นไปอย่างน่าประทับใจ ชมภาพจากงานวันนั้นได้ ตามลิงค์นี้

ตอนที่ได้ทราบจากพี่ติ๊ก (สันติ ลอรัชวี) ว่าจะมีพื้นที่สนทนาสดให้  ”design ไป บ่นไป” เมื่อหลายเดือนก่อน ในวันที่นิทรรศการ “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย” ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจไปตามประสา เพราะที่ผ่านมาก็ทำรายการมาด้วยความสนุกและความสุข ไม่เคยมีความกดดันอะไรเลย แต่ยิ่งใกล้วันงานยิ่งคิดหนัก เนื้อหาจะเป็นอย่างไร? จะมีคนมาฟังไหม? ถึงขนาดที่ต้องถามตัวเองว่า “เอาจริงเหรอวะ?” เป็นครั้งแรก พอมาถึงบริเวณจัดงานแล้วยิ่งใจระทึก สี่โมงก็แล้ว สี่โมงครึ่งก็แล้ว ยังมีคนมาเพียงบางตา ใครได้เห็นสภาพผุดลุกผุดนั่งเหลียวซ้ายแลขวาอย่างลุกลี้ลุกลนของผมในวันนั้นคงจะเข้าใจ มาเบาใจได้ก็ตอนที่ก้าวขึ้นเวทีแล้วมองลงไปยังผู้ชมที่มากันเต็มทุกที่นั่ง แถมด้วยผู้ชมที่ยืนอยู่วงนอกอีกพอสมควร

Read the rest of this entry »