เมื่อผมได้รับโทรศัพท์จากนักออกแบบระดับโลก

มีเรื่องมาเล่าต่อครับทุกท่าน สืบเนื่องจาก ตอนที่แล้ว

เมื่อคืน คุณ J “นักออกแบบระดับโลก” โทร.มาหาตอนสี่ทุ่ม อ้างว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

เขาชวนผมช่วยทำงาน pitching โปรเจคสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เป็นงานด่วนมาก ต้องพรีเซนท์พฤหัสนี้ พร้อมสัญญาว่า ถ้าเข้ากันได้จะมีงานมาป้อนเรื่ีอยๆ, จะช่วยสนับสนุนให้ได้รับงานใหญ่โตต่อจากเขา

V : บริษัทของคุณพี่ไม่มีเว็บหรือ?
J : ไม่มี
V : ผมจะไปดูตัวอย่างงานของพี่ได้อย่างไร? อย่างน้อยก็อยากเห็นพอร์ทก่อน จะได้รู้ว่าทำงานเข้ากันได้หรือไม่
J : ต้องมาเจอกัน แล้วจะให้ดูบน iPod เลย มีหมด
V : งั้นมีตัวอย่างงานอันไหนให้ดูได้ง่ายๆ บ้าง?
J : Starbucks นี่ไง เดินเข้าร้านน่ะของพี่ทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ แพคเกจ ฯลฯ
V : (โห… เจ๋งโคตร)

J : Central World ก็ทำนะ
V : Central World มันใหญ่ครับ ไม่ทราบว่าทำส่วนไหน?
J : ทำหมดเลย directory, signage, pylon, …ฯลฯ

พอผมแย้งว่า envi graphics ของ CTW นี่ G49 ทำ ก็โดนโวยกลับมาว่ามันเป็นงานฝรั่งกำหนดภาพลักษณ์มาก่อน รู้จักไหม EIG?

(รู้จักครับ รู้ด้วยว่าตอนนี้ Enterprise IG เปลี่ยนชื่อไปเรียบร้อยแล้ว)

ส่วนความรับผิดชอบของเขาคือ retail branding image ที่ไม่ได้อยู่ในระดับของงานกราฟิก แต่อยู่สูงกว่าเป็น “คนละลีกกัน” ฯลฯ

(อ้าว แล้วตอนแรกทำไมบอกว่าทำทุกอย่าง? เอ๊ะ แล้วบ.พี่ไปเกี่ยวอะไรกับ EIG ครับ?)

และเขายังทำงานให้ CPN ดูแลภาพลักษณ์ของ Central Plaza ทั้งหมด รวมถึง Big C ด้วย จากนั้นก็อ้างชื่อคนใหญ่โตอีก ถามว่าผมรู้จักไหม ถ้าไม่รู้จักก็แปลว่าเอาข้อมูลมาคนละสาย ไปฟังมาผิดๆ และบอกว่าเขาไม่พอใจมากที่มา question วิชาชีพเขา ฯลฯ

สุดท้ายสรรพนามที่เขาเรียกผมก็เปลี่ยนจาก “น้อง” มาเป็น “เอ็ง”

นอกจากนั้น เขายังบอกอีกว่า “สีเหลืองของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เกิดจากการที่เขานั่งคุยกับคุณชาลอต โทณวณิก”

(เอ่อ… ขอโทษครับ ผมก็ทำงานโปรเจคธนาคารแห่งนี้ตอนผมอยู่ G49 แล้วตกลงพี่อยู่ EIG ในตอนนั้นหรือครับ? ตกลงบริษัทพี่ชื่ออะไรครับ?)

แล้วก็ย้ำนักย้ำหนาว่า “คนทำกราฟิกมาทำ branding ไม่ได้หรอก มันคนละ league”

สรุปว่า นาย J คนนี้นี่เทพมากครับ ใครเคยทำงานด้วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ ผมไม่รู้จักเขาและบริษัทของเขาจริงๆ

เท่าที่ผมเคยทำงานกับ branding agency มาบ้าง และเคยร่วมงานกับ brand manager ของบางองค์กร คนเหล่านี้เขาเก่งจริงๆ นะครับ แต่จะมีลักษณะเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ ไม่มองว่าคนทำงานในส่วนอื่นเป็นผู้ต่ำชั้นกว่าครับ เช่น ถ้า branding agency หนึ่ง จ้างผมทำ logo เขาก็เคารพการตัดสินใจในเรื่อง logo ของผม ถ้ามันสอดคล้องกับสิ่งที่เขาคิดมา

ผมว่าความเคารพในความชำนาญเฉพาะทางเป็นคุณสมบัติที่ทุกคนควรมีครับ อย่างสถาปนิกก็ต้องเคารพช่างไม้, โปรดิวเซอร์เคารพนักดนตรี, กราฟิกเคารพโรงพิมพ์ ทุกอาชีพในสายงานที่เกี่ยวข้องกันจะอยู่กันอย่างพึ่งพาซึ่งกันและกันครับ คุณเป็นคนจ้างผม ก็ถือว่าเป็นลูกค้าผม ผมทำงานให้คุณไปขายลูกค้าคุณอีกที ช่วยกันแบบ business partner

อีกอย่างคือ เท่าที่เห็นนี่สาย branding จะไม่เคลมความเป็นเจ้าของงานทีละชิ้นหรอกครับ เขาแค่พูดว่า “บ.ผมทำ branding ให้องค์กรนี้” ส่วนจะขยายความว่า โลโก้ให้ใครทำ, กราฟิกให้ใครทำ, ฟอนท์ให้ใครทำ, below the line ให้ใครทำ นั่นอีกเรื่อง

ถ้าคุณ J เป็นตัวจริง ผมก็ขออภัยด้วยที่ทำให้ขุ่นเคือง แต่ก็ยินดีที่จะไม่ได้ร่วมงานกันเพราะทัศนคติแบบนี้ คงทำงานด้วยกันยากครับ

5 Responses to “เมื่อผมได้รับโทรศัพท์จากนักออกแบบระดับโลก”

  1. จากที่เล่ามา ยินดีด้วยครับที่ไม่ได้ร่วมงานกับคุณ J

  2. จะมีภาค 3 ไหมครับ กำลังน่าติดตาม เหอๆ

  3. ถ้าเขาโทรมาอีกบอกว่ามีดีไซน์เนอร์สูงวัย อยากทำงานด้วยนะ เอาเบอรืพี่ให้เขาไปเลย ชอบจริงๆ แนวนี้

  4. . . . ยินดีที่ไม่รู้จักครับ Mr.J

  5. หวังว่าไม่ใช่คนที่ด่าผมว่าลอกงานฝรั่งคนนั้นนะครับ

Leave a Reply