<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Wee Viraporn &#124; วีร์ วีรพร &#187; design</title>
	<atom:link href="http://www.weeviraporn.com/category/design/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.weeviraporn.com</link>
	<description>on design and all things that matter</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 09:54:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>Pitching Fee</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/02/16/pitching-fee/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/02/16/pitching-fee/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 01:58:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[pitching]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=956</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานนี้มี (ว่าที่) ลูกค้ารายใหม่ ติดต่อเข้ามา อยากจะจ้างบริษัทของผมออกแบบ identity ให้ หลังจากได้คุยรายละเอียดผลิตภัณฑ์คร่าวๆ แล้วจึงเฉลยว่าจะต้องแข่งกับอีกสองสามราย อยากให้เข้าไปรับบรีฟแล้วเสนอผลงานร่างแรกกลับมาพร้อมกับราคา ผมจึงตอบไปว่า &#8220;ต้องมีค่าใช้จ่าย&#8221; ในมุมมองของผม การออกแบบกราฟิกคือธุรกิจบริการ มีต้นทุนคือเวลาและพลังสมอง มีผลิตผลเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าทำงานไปให้ฟรีๆ แล้วลูกค้าถูกใจแบบของผม แต่ถูกใจราคาของผู้ให้บริการรายอื่น ก็ไม่มีหลักประกันใดว่าจะไม่ถูกนำเอาแบบไปให้รายอื่นทำต่อ หรือเก็บไว้ทำเอง ถ้ามองโลกในแง่ร้าย ต่อให้มีค่าเหนื่อยให้ ก็อาจจะถูกนำแบบไปใช้ได้อยู่ดี แต่อย่างน้อย ไม่ต้องทำงานฟรี ผมยินดีไปรับบรีฟ ยินดีเสนอราคาและแผนงานมาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อไรที่ต้องลงแรงทำไป โดยเอางานไปแข่งกับรายอื่น ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย และเงินก้อนนี้ จะคิดเป็นเปอร์เซนต์เล็กน้อย เมื่อเทียบกับค่าบริการทั้งหมด ซึ่งถ้าบริษัทของผมได้รับเลือก ก็นำเงินค่าประกวดแบบตรงนี้ ไปหักออกจากค่าบริการ เท่ากับว่าผู้ว่าจ้างไม่ต้องเสียเงินเพิ่มให้เปล่าๆ ในมุมมองของคุณลูกค้า เขาถือว่าความที่ไม่เคยทำงานด้วยกัน ย่อมยังไม่รู้ฝีมือกัน ไม่แน่ใจว่าควรจะเสียเงินให้หรือไม่ ไม่อาจเชื่อได้ว่าผลงานที่เห็นบนเว็บของบริษัทเป็นเครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือ หรือความตรงใจได้ทั้งหมด นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เช่นกัน หลังจากต่างฝ่ายต่างอธิบายความตั้งใจของตนแล้ว ผมเสนอว่า &#8220;ให้ค่าประกวดแบบเป็นจำนวนเงินที่ทางลูกค้ากำหนดก็ได้ ให้ทุกรายได้ค่าเหนื่อยเท่ากัน แล้วแต่ละรายจะได้ตัดสินใจโดยพิจารณาจากกติกาและเงื่อนไขต่างๆ ของการแข่งขันครั้งนี้เอง&#8221; แน่นอนว่า ผมเชื่อว่าจะมีคนยอมทำฟรี แต่สิ่งที่ผมเรียกร้อง ไม่ได้เพื่อตัวเอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/02/16/pitching-fee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลงานออกแบบของตัวเองที่ชอบที่สุดในชีวิต</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/01/24/my_all_time_fav_work/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/01/24/my_all_time_fav_work/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Jan 2010 04:04:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[cover]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=933</guid>
		<description><![CDATA[ในการทำงานสอนของผม ผมจะเริ่มเทอมใหม่ด้วยการทำความรู้จักนักศึกษาในฐานะนักออกแบบ นั่นคือให้ทุกคนนำผลงานของตัวเองที่ชื่นชอบที่สุดมาเล่าให้ฟัง การทำความรู้จักกันด้วยวิธีนี้เป็นประโยชน์กับตัวผู้สอนอย่างมากในการจับประเด็นความสนใจและทักษะของนักศึกษา เพื่อจะได้ชี้แนะและผลักดันแต่ละคนไปได้ถูกทาง แน่นอนว่าตัวอาจารย์ผู้สอนเองก็ต้องเปิดใจ เล่าเรื่องงานของตัวเองให้ฟังด้วย และทุกครั้ง ผมจะเลือกงานชิ้นนี้ขึ้นมาเล่าให้นักศึกษาฟัง ซึ่งมันไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใหญ่ที่ไหน ไม่ใช่งานที่ใครใครก็เคยรู้จัก เป็นงานที่ไม่ได้ทำขึ้นมาในฐานะนักออกแบบด้วยซ้ำ แต่เป็นงานที่ทำขึ้นตอนยังเป็นนักเรียนม.ปลาย มันคือปกของ &#8220;สาธิตานุสรณ์&#8221; หนังสือรุ่นของโรงเรียนมัธยมสาธิต มศว. ประสานมิตร ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2538, ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยเห็นภาพชัดเจนว่าอาชีพนักออกแบบกราฟิกคืออะไร มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง ผมเป็นนักเรียนม.ปลายที่มีทักษะทางศิลปะ ประมาณว่าดรออิ้งเก่งหน่อย วาดการ์ตูนได้ เขียนสีน้ำได้แต่ไม่สวย กำลังศึกษางานออกแบบสื่อสารจากปกอัลบั้มของวงโปรเกรสสีฟร็อคยุค &#8217;70s ที่คุ้ยเจอในกรุเพลงของคุณพ่อคุณแม่ มองไม่เห็นอนาคตของชีวิตที่ไกลกว่าการตั้งเป้าหมายว่าอยากจะเอ็นท์ติด อยากได้เรียนศิลปะ/ออกแบบ และกำลังอยากเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพ โดยบอกกับที่บ้านไว้ว่าถ้าเอ็นท์ติดจะขอของขวัญเป็นกล้อง SLR สักตัว สมัยนั้นคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนเหมือนสมัยนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะมีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ยิ่งความคิดจะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะหรืองานออกแบบยิ่งเป็นเรื่องที่ไกลตัวเหลือเกินสำหรับนักเรียนม.ปลายทั่วไป ตอนนั้นมีเพื่อนที่มีความสามารถบางคนใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำแพทเทิร์นการแปรอักษร มีบางคนใช้พิมพ์ตัวอักษรหลากแบบมาทำเป็นชื่อแกงค์รถซิ่ง การทำหนังสือรุ่นจึงเป็นการตัดแปะด้วยมือ ก่อนส่งอาร์ทเวิร์คตัวอย่างไปให้ทางโรงพิมพ์/ร้านแยกสี ทำต่อเป็นไฟล์ดิจิทอล ด้วยความที่คอมพิวเตอร์ยังเป็นสิ่งค่อนข้างใหม่ หลายครั้งที่การบอกว่า &#8220;งานนี้ใช้คอมพิวเตอร์ทำ&#8221; กลายเป็นจุดขายที่ทำให้ใครต่อใครตื่นเต้นและชื่นชม มากกว่าการมองที่ตัวผลงานเอง เมื่อผมได้รับโอกาสที่จะทำปกหนังสือรุ่น มีบางเสียงถามมาว่า &#8220;จะใช้คอมพิวเตอร์ทำหรือเปล่า?&#8221; เพราะว่าปกของหนังสือรุ่นปีก่อนหน้านั้น เป็นภาพตึกโรงเรียนที่ถูกรีทัชให้ลอยอยู่ในท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มซึ่งมีปุยเมฆพุ่งกระจาย ตรากราฟ สัญลักษณ์ของโรงเรียนเป็นภาพสามมิติผิวโครมแบบคนเหล็กภาคสอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/01/24/my_all_time_fav_work/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Jonathan Ive at Design Museum</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/10/13/jonathan-ive-at-design-museum/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/10/13/jonathan-ive-at-design-museum/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2009 10:46:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[article]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[art4d]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[talk]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=862</guid>
		<description><![CDATA[บันทึกจากการบรรยายของ Jonathan Ive ที่ Design Museum, London ในวันที่ 24 ตุลาคม 2004 ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร art4d ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากเมื่อไม่นานนี้ได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple จึงนึกถึงบทความนี้ขึ้นมา และขอนำมาเผยแพร่ที่นี่อีกครั้ง แต่ไหนแต่ไรมา การศึกษาสอนให้ผมรู้จักศิลปินหรือนักออกแบบจากตัวผลงานเท่านั้น ถ้าไม่นับวงการแฟชั่นที่นักออกแบบต้องเดินคู่กับนางแบบบนเวทีเมื่อจบโชว์ทุกครั้งแล้ว โอกาสที่จะเห็นหน้าตานักออกแบบในสาขาอื่นๆ นั้นน้อยมาก แต่พักหลังๆ นี้ เหล่านักออกแบบเริ่มจะปรากฏตัวตามสื่อมากขึ้นๆ ตอนนี้ลูกค้า BMW เริ่มจำหน้า Chris Bangle ได้ คนซื้ออัลบั้มเพลงอาจแอบเห็นภาพ Peter Saville วางมาดเท่ได้ไม่แพ้ rock star เจ้าของอัลบั้ม นิตยสารบางเล่มเอารูปนักออกแบบขึ้นหน้าปกชัดเจนกว่าผลงาน จะบอกว่าสถานภาพของนักออกแบบในดวงใจคนบางกลุ่มเริ่มใกล้เคียงดาราก็ว่าได้ ในวันที่ผมไปเข้าร่วมฟังการสนทนากับ Jonathan Ive, vice president of industrial design แห่ง Apple, นักออกแบบผลิตภัณฑ์ผู้อยู่เบื้องหลังคอมพิวเตอร์สวยๆ ทุกรุ่นตั้งแต่ iMac สีลูกกวาดยัน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/10/13/jonathan-ive-at-design-museum/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Graphic design = . . .</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/10/11/graphic-design/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/10/11/graphic-design/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Oct 2009 03:43:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[design activity]]></category>
		<category><![CDATA[graphic]]></category>
		<category><![CDATA[Pecha Kucha]]></category>
		<category><![CDATA[philosophy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=810</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 มีโอกาสได้ไปร่วม &#8220;ปล่อยของ&#8221; ในงาน Pehca Kucha Night Bangkok ครั้งที่ 6 ที่สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ &#8220;ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย&#8221; จึงขอนำสไลด์ของตัวเองมาแบ่งปันให้ดูและบันทึกเนื้อหาไว้ที่นี่ โจทย์คราวนี้บังคับมาว่า &#8220;graphic design = . . .&#8221; ผมได้นั่งถกกับน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน ถึงปรัชญาในการทำงานของแต่ละคน เรียบเรียงออกมาเป็นประเด็นหลักสามข้อที่เราเห็นพ้องกันว่าควรจะเป็นสิ่งที่ยึดถือร่วมกันในการทำงานของ conscious สตูดิโอของเรา แล้วนำมาวิเคราะห์พร้อมทั้งยกตัวอย่างจากกรณีศึกษา ดังนี้ 1. กราฟิกดีไซน์สำหรับผมคือการออกแบบสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยตา แล้วเกิดการอ่าน การอ่านในที่นี้ไม่ได้แปลว่าอ่านตัวหนังสือ แต่เป็นการตีความจากสิ่งที่ตารับรู้ ซึ่งมันอาจจะเป็นภาพ สัญลักษณ์ สี การจัดองค์ประกอบ หรือข้อมูลอื่นใดก็ตาม 2. การออกแบบนี้จะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาในการสื่อสาร กราฟิกดีไซน์ต้องช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากความพยายามสื่อสารข้อมูลอะไรบางอย่างให้ผู้รับสารได้เข้าใจ โดยมีประสิทธิภาพสูงสุด เข้าใจง่ายที่สุด ในเวลาที่สั้นที่สุด 3. นอกจากการแก้ปัญหาแล้วยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ตัวงานต้องไปดำรงอยู่ในบริบทที่ตั้งใจได้อย่างไม่แปลกแยก และต้องไม่ขัดแย้งกับพื้นฐานการรับรู้ของผู้รับสาร กล่าวคือ วิธีการแก้ปัญหาของงานชิ้นหนึ่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/10/11/graphic-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานออกแบบใกล้ตัว #3 &#8211; ไม้ช็อตยุง</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/07/06/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/07/06/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2009 10:17:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[mosquito]]></category>
		<category><![CDATA[product]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=684</guid>
		<description><![CDATA[ที่บ้านเพิ่งซื้อไม้ช็อตยุงอันใหม่มา ผมชอบมันมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะว่าอันก่อนเป็นสีน้ำเงิน-ดำ แล้วอันนี้เป็นสีเขียวสดใสนะครับ แต่เป็นเพราะอันเก่ามีโครงหน้าไม้เป็นรูปสัญลักษณ์สายฟ้า แต่อันใหม่นี้มีโครงหน้าไม้เป็นรูปยุง! ภาพตัดทอนรูปยุงที่เกิดขึ้นจากการใช้เส้นมาไขว้กันนี้ดูถูกใจอย่างประหลาด เชื่อว่าถ้าปรับน้ำหนักเส้นสวยๆ สามารถเป็นโลโก้ตัวนึงได้เลย ถ้าวางขายสองอันอยู่ข้างกันผมคงเลือกหยิบอันนี้โดยไม่ลังเล แต่พอถามคนที่บ้านที่ซื้อมา เขาไม่ได้ซื้อเพราะชืี่นชมลายเส้นรูปยุงนี้ครับ แม้ว่าตอนผมชี้ให้ดูรูปยุงลายเส้นนี้แล้วจะเห็นพ้องกันว่ามันน่ารักดีก็เถอะ]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/07/06/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานออกแบบใกล้ตัว #2 &#8211; เครื่องเสียงรถยนต์</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/06/28/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-2-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/06/28/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-2-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Jun 2009 18:27:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[car audio]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=671</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันก่อนได้ติดรถของพี่สยาม อัตตะริยะ แห่ง Color Party เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นได้นั่งคุยกันยาวเพื่ออัดเสียงรายการ &#8220;design ไป บ่นไป&#8221; ตอนที่ 10 และทานข้าวเย็นกัน ขณะเดินจากร้านอาหารมายังรถก็ได้คุยกันเรื่อง iPhone มาเรื่อยๆ พอนั่งรถปุ๊บ ผมก็ได้เห็นสิ่งที่คาดไม่ถึง&#8230; พี่สยามยื่นมือไปเปิดหน้ากากวิทยุ!? เหวอไปเลยครับ! ตอนนั้นตกใจมาก ยังมองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไรก็เหวอแล้ว บอกผมซิว่านี่ไม่ใช่รถของเจมส์ บอนด์! ข้างในนั้นมีอะไรกันแน่!? ทำไมต้องทำบานประตูลับไว้ตรงนี้!!! แต่นแตนแต๊นนนนนนนน! ข้างในช่องลึกลับ เบื้องหลังของวิทยุหน้าตาโบราณตามรถ มี front ของเครื่องเสียงสมัยใหม่ซ่อนอยู่! พี่สยามเอื้อมมือล้วงเข้าไปเปิดสวิทช์แล้วก็ปิดฝาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็เปิดลิ้นชักเล็กเพื่อหยิบสายมาเสียบกับ iPhone หน้าตาเฉย! ตอนนั้นผมบอกได้คำเดียวว่า &#8220;โคตรเหวอ&#8221; พี่สยามคงสงสารไอ้น้องคนนี้ จึงพูดด้วยเสียงราบเรียบว่า&#8230; &#8220;นี่ก็คืองานออกแบบอย่างหนึ่ง&#8221; ขอสรุปให้ฟังว่า พี่สยามแกขาดเสียงเพลงไม่ได้ แต่ไม่อยากจะทำให้รถโบราณที่รักต้องมีสิ่งแปลกปลอมจากต่างยุคสมัยมารบกวนให้เสียโฉม ตอนแรกที่จะต้องติดตั้งวิทยุรุ่นใหม่นี้ ร้านเครื่องเสียงเสนอให้ใส่ไว้ในเก๊ะ แต่ปัญหาคือที่มันเล็กเกินไป และอยู่ห่างมือเกินกว่าคนขับจะไปควบคุมได้ ครั้นจะติดไว้ข้างใต้เก๊ะก็ยิ่งห่างมือไปอีก พี่สยามจึงคิดหาทางออกนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง ให้ดูกันชัดๆ เมื่อติด TuneFlex แล้วเสียบ iPhone [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/06/28/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-2-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานออกแบบใกล้ตัว #1</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/04/27/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-1/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/04/27/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2009 11:29:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=385</guid>
		<description><![CDATA[จากประโยคที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า &#8220;งานออกแบบไม่ใช่เรื่องไกลตัว&#8221;, ผมไปสังเกตเห็นหลักฐานจากแผงขายน้ำที่เดินผ่านขณะมาทำงาน พบว่าเจ้าของแผงได้ใช้การออกแบบช่วยในการนำเสนอข้อมูลราคาเครื่องดื่มบนป้ายชิ้นนี้ จะเห็นว่า ตัวอักษรชื่อเครื่องดื่มและราคา ถูกวางอยู่บนพื้นสีที่สอดคล้องกับสีของตัวเครื่องดื่ม และสีของไอศกรีม เช่น น้ำสับปะรดใช้พื้นสีเหลือง, นมสดสีขาว, สตรอเบอรี่สีชมพู, ชาเขียวสีเขียว, ชาเขียวนมที่อยู่ข้างกัน ใช้สีเขียวที่อ่อนลงมา, โกโก้ใช้สีน้ำตาลที่อ่อนกว่าโอเลี้ยงกับชาดำเย็น เป็นต้น (แต่มีแอบพลาดที่น้ำเขียวโซดาเป็นสีแดง) ทั้งหมดนี้เจ้าของแผงอาจจะทำลงไปโดยไม่ได้คิดว่านี่คือการออกแบบเลยก็ได้ เพราะการเลือกใช้สีตามสินค้าเหล่านี้ย่อมอยู่ในสามัญสำนึก แต่จุดนี้นั่นเองที่ทำให้ผู้เลือกซื้อมองเห็นราคาของเครื่องดื่ม, ไอศกรีม ที่ตัวเองต้องการได้เร็วกว่าป้ายที่เป็นรายการเฉยๆ ซึ่งป้ายนี้จะมีประโยชน์กว่านี้มาก ถ้าสินค้าแต่ละรายการมีราคาไม่เท่ากัน อย่างน้อยความตั้งใจที่จะหาสติกเกอร์สีต่างๆ หลากหลายขนาดนี้มาเป็นพื้นหลังก็แสดงให้เห็นว่างานนี้ไม่ได้ทำขึ้นมามั่วๆ แน่นอน]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/04/27/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Watchmen &#8211; 2008 hardcover edition</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/01/16/watchmen-2008-hardcover-edition/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/01/16/watchmen-2008-hardcover-edition/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 11:48:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[comics]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[graphic novel]]></category>
		<category><![CDATA[Special Edition]]></category>
		<category><![CDATA[superhero]]></category>
		<category><![CDATA[watchmen]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wv-blog.com/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนทำให้ตั้งหน้าตั้งตารอดูได้เท่ากับ Watchmen ภาพยนตร์ที่สร้างจากผลงานนิยายภาพ (graphic novel) โดย Alan Moore และ Dave Gibbons หากใครยังไม่เคยรู้จัก Watchmen มาก่อน แล้วถามว่าเรื่องนี้น่าดูกว่าหนัง superhero เรื่องอื่นๆ ที่ขยันออกกันมามากมายในช่วง 4-5 ปีหลังนี้อย่างไร ขออธิบายสั้นๆ ว่า &#8220;ฮีโร่ทุกคนต้องมีปม เหมือน Batman Begins หรือ The Dark Knight นั่นแหละ&#8230; แล้วปมของฮีโร่ 6 คนนั้นมาทำให้ฮีโร่ต้องมาฆ่ากันเอง&#8230; โดยมีเหตุผลพื้นฐานคือ เพื่อความสงบสุขของโลก&#8221; ถ้าแค่นั้นยังไม่พอ ขอบอกอีกว่าผู้กำกับคือ Zack Snyder จากเรื่อง 300 &#8211; เริ่มอยากดูขึ้นหรือยังครับ? ในที่นี้จะไม่พูดถึงตัวเนื้อเรื่อง หรือเรื่องการออกแบบต่างๆ ในหนัง แม้ว่าจะมีเรื่องให้คิดให้ดูมากมายก็ตาม (เอาไว้เขียนวันหลังถ้ามีเวลา) แต่จะขอมองไปที่ตัวเล่มหนังสือเท่าและวิธีการนำเสนอในสื่อนิยายภาพเท่านั้น เช่นเดียวกับภาพยนตร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ, Watchmen ทำให้มีการนำหนังสือการ์ตูนเรื่องต้นฉบับกลับมาตีพิมพ์อีกครั้ง แต่เนื่องจากเรื่องราวของ Watchmen [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/01/16/watchmen-2008-hardcover-edition/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนาดตัวอักษรที่เหมาะสมของแต่ละภาษา</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/01/07/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/01/07/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2009 16:54:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[typography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wv-blog.com/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[ไม่นานนี้ได้ทำงานออกแบบหนังสือชุดหนึ่งให้ UNESCO กรุงเทพฯ และหนังสือเล่มหนึ่งในชุดนั้นได้ถูกแปลเป็นภาษาลาว ผลคือหนังสือทั้งเล่มถูกขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น ด้วยเหตุผลว่า “ทางดีไซเนอร์ฝั่งลาวเห็นว่า ตัวอักษรภาษาลาวไม่ควรมีขนาดเล็ก เพราะจะอ่านยาก” และเพื่อให้คงการจัดหน้าแบบเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เรื่องนี้ชวนให้กลับมาคิดต่อว่า &#8220;แล้วแนวคิดนี้ถูกต้องสำหรับภาษาไทยหรือไม่?&#8221; จึงขอบันทึกข้อสังเกตและความเห็นส่วนตัวต่อกรณีนี้ไว้ตรงนี้ นี่เป็นภาพเปรียบเทียบหน้าต่างๆ จากหนังสือทั้งสองเล่มที่มีการจัดหน้าเหมือนกันเกือบทั้งหมด สังเกตภาพที่ 3 ที่แม้แต่ในฉบับภาษาอังกฤษยังต้องย่อขนาดตัวอักษรลงจนเล็กกว่าปกติ ถ้าให้ภาษาลาวตัวเล็กเท่านี้คงลำบาก ใครเคยได้เห็นตัวอักษรภาษาลาวและภาษาเขมรมาบ้างจะทราบว่า ทัั้งสามภาษาคือไทย-ลาว-เขมร ล้วนมีที่มาจากภาษาขอม จึงไม่แปลกที่จะมีความคล้ายคลึงกัน ทั้งการอ่าน การเขียน คำศัพท์ และรูปร่างของตัวอักษร ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่ภาษาไทยก็ควรจะถูกพิมพ์ด้วยขนาดตัวอักษรที่ใหญ่กว่าภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน? เริ่มแตกประเด็นกันดีกว่า &#8220;ฟอนต์ไทยตัวเล็กกว่าฟอนต์อังกฤษ&#8221; เป็นคำพูดเหมารวมจนเป็นความเชื่อสาธารณะที่หลายคนคงเคยได้ยิน โดยสามัญสำนึกของคนไทยที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับตัวอักษร เรารู้ว่าค่าปริยาย (default) ของฟอนต์ภาษาอังกฤษอยู่ที่ 12 point (pt) แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ฟอนต์ภาษาไทย เราพบว่าในขนาดเป็นพอยนท์ (point size) ที่เท่ากัน คำภาษาอังกฤษคำเดียวกัน ตัวอักษรโรมันจะออกมามีขนาดทางกายภาพเล็กกว่า ทั้งนี้เกิดจากความแตกต่างในเรื่องการวัดขนาดตัวอักษร ซึ่งภาษาไทยจะต้องวัดความสูงจากเส้นกรอบบน (ขอบเขตสูงสุดของชั้นวรรณยุกต์บน) จนถึงเส้นกรอบล่าง (ขอบเขตต่ำสุดของชั้นสระล่าง) ในขณะที่ตัวโรมันวัดจาก ascent line (ขอบเขตสูงสุดของตัวพิมพ์ใหญ่) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/01/07/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Toilet Signs</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2008/12/18/toilet-signs/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2008/12/18/toilet-signs/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2008 15:58:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[signage]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wv-blog.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าพูดถึงป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำ ทุกคนคงหลับตาเห็นภาพเดียวกัน ภาพคนชาย-หญิงหัวกลมรูปร่างตามมาตรฐานสากลที่ไม่ได้สื่อความหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมปลดทุกข์ ใครอยากทำป้ายห้องน้ำสามารถเดินไปที่แผนกเครื่องเขียนตามห้างสรรพสินค้า แล้วซื้อป้ายสติกเกอร์สัญลักษณ์ชาย-หญิงดังกล่าวที่วางอยู่รวมกับข้อความสามัญประจำอาคารสถานที่ เช่น &#8220;ปิดเบาๆ&#8221; หรือ &#8220;ห้ามสูบบุหรี่&#8221; แต่ในบางสถานที่ เรากลับเห็นสัญลักษณ์อื่นๆ ที่สื่อถึงความเป็นชาย-หญิง มาทำหน้าที่แทนสัญลักษณ์ห้องน้ำ รูปแบบที่ว่านี้อาจจะแตกต่างกันไปตามบริบททางวัฒนธรรม เช่น ชาย-หญิงนั้นแต่งชุดประจำชาติ หรือแต่งกายตามสมัยนิยม บ้างก็ใช้สัญลักษณ์ภาพของของใช้ที่เฉพาะเจาะจงเพศ บางแห่งหลังจากระบุเพศแล้วยังแจกแจงสัญลักษณ์ไปตามลักษณะการขับถ่าย ว่าเป็นยืนถ่าย, นั่งถ่าย หรือยองถ่าย ก็คงเหมือนกับงานออกแบบในชีวิตประจำวันทุกชนิด การนำเสนอป้ายห้องน้ำนั้นจะยาก-ง่ายเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความใส่ใจของบุคคลที่รับผิดชอบ สำหรับผมแล้ว ทุกครั้งที่ได้ทำงาน environmental graphics หรือระบบป้ายสัญลักษณ์ใดๆ ก็ตาม &#8220;ป้ายห้องน้ำ&#8221; มักเป็นหนึ่งในส่วนที่รู้สึกอยากทำที่สุด แต่ก็เสียเวลากับมันค่อนข้างมากทุกที ทำไมล่ะ? เพราะป้ายห้องน้ำที่ใช้สัญลักษณ์ &#8220;ชาย-หญิง&#8221; ปกตินั้นใช้ได้ดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร การแสดงความเป็นเพศชาย และเพศหญิง เป็นโจทย์ที่เปิดกว้างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนถูกจำกัดด้วยสิ่งที่ถูกใช้ซ้ำซาก การสะท้อนตัวตนหรือแนวคิดของสถานที่บนสื่อที่เป็นกลางมากๆ เช่นนี้ก็เป็นโจทย์ที่เปิดกว้างมากเช่นกัน การสร้างความพิเศษให้สิ่งจำเจ เป็นเรื่องท้าทายเสมอ อาจจะเพราะเหตุผลข้อสุดท้ายจากรายการข้างต้น ทำให้นักออกแบบหลายคนใช้ป้ายห้องน้ำเป็นที่ปล่อยของ หรือไม่ก็เล่นสนุกกับมันเต็มที่ ตัวผมเองตอนได้ร่วมงานกับคุณ Kelvin Wong ออกแบบระบบป้ายให้ Playground! [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2008/12/18/toilet-signs/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

