<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Wee Viraporn &#124; วีร์ วีรพร</title>
	<atom:link href="http://www.weeviraporn.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.weeviraporn.com</link>
	<description>on design and all things that matter</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 09:54:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>ปั่นไปศาลายา</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2012/01/30/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2012/01/30/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 09:54:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[cycling]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=1132</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2555 ผมได้ร่วมขี่จักรยานกับชาว a day อีกครั้ง หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ดันทุรังปั่นไปบางปูแล้วต้องแยกกลับก่อน เป้าหมายของเราคราวนี้คือ &#8220;ศาลายา&#8221; ระยะทางไปกลับร่วม 100 กม.! ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อนถึงวันเสาร์นั้น ผมก็คิดอยู่ว่าถ้าเอาเจ้าดาฮอนที่สะเด็ดน้ำแล้ว ออกเดินทางไกลขนาดนั้นอีก (ตัวผม) คงจะไม่รอดแน่ๆ เลยเริ่มมองหาจักรยานอีกคัน โดยมีนอร์ธเป็นที่ปรึกษาเช่นเคย ส่วนก้องก็คอยยุไม่หยุด สุดท้ายก็ได้ Tokyobike 26 สีแดง มือสองมา แม้จะไม่ใช่รถที่เหมาะกับการปั่นทางไกลและไม่ได้เร็วอะไรมากมาย แต่เลือกเพราะถูกใจความน่ารักและสีแดง ผมมีโอกาสได้ปั่นเล่นแถวบ้านตอนเช้า 2-3 ครั้ง และปั่นไปขึ้น BTS ไปทำงาน กับปั่นกลับบ้านเพื่อทำความคุ้นเคยครั้งหนึ่งก่อนถึงวันเดินทางจริง ความประทับใจแรกคือเป็นรถที่ปั่นได้ลื่นดี แรงสะเทือนที่มือน้อยกว่า Dahon คันเดิมมาก เกียร์ grip shifter 8 สปีดเหมือนกันด้วย ติดใจอยู่อย่างเดียวคือเบาะมันแข็งไปหน่อย พอถึงเช้าวันเสาร์ ผมก็ปั่นจากบ้านมาถึงออฟฟิศ a day ที่เอกมัย 10 เป็นระยะทางประมาณ 7.3 กม. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2012/01/30/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปั่นไปบางปู</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2012/01/17/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2012/01/17/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 03:00:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[cycling]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=1094</guid>
		<description><![CDATA[ผมเริ่มขี่จักรยานเพราะเอือมระอาการเสียเวลาของชีวิตไปกับการขับรถให้คลานไปบนถนน ภาระในการวนหาที่จอด และอยากหาเรื่องออกกำลังกาย บวกกับมีแรงเชียร์จากคนรู้จักรอบตัว จักรยานคันแรกและคันเดียวในตอนนี้ของผมเป็นจักรยานพับได้ ยี่ห้อ Dahon รุ่น Archer P8 ซึ่งเป็นสเปคจีนของ Speed P8 เหตุที่เลือกซื้อจักรยานพับเพราะอยากใช้จักรยานร่วมกับการเดินทางวิธีอื่น เช่น ขับรถไปจอดแล้วขี่จักรยานต่อ หรือขี่จักรยานไปใช้บริการขนส่งมวลชน จากความตั้งใจแรกเริ่มที่จะมีจักรยานไว้แค่ขี่ในเมือง ผมจึงเริ่มขี่จากบ้านไปวิ่งที่สวนตอนเช้า, ขี่จากบ้านไปขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน, ขี่จากที่ทำงานกลับบ้าน ความซ่า ความคึก เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีเพื่อนชวนให้ปั่นระยะทางไกลขึ้น พอดีเพื่อนก้อง (ทรงกลด บางยี่ขัน) แห่งนิตยสาร a day กำลังมีโครงการปั่นจักรยานทั่วประเทศ ทำให้ต้องฟิตซ้อมเตรียมทีมโดยออกมาปั่นกันบ่อยๆ ผมเข้ามาแจมกับกลุ่มของ a day ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2555 ปั่นจากบ้านผมไปรวมกลุ่มบนถ.พัฒนาการ จนถึงสวนหลวงร. 9 แล้วแยกตัวออกมาปั่นไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ก่อนกลับบ้าน รวมระยะทางได้ประมาณ 40 กม. ยอมรับว่าตอนต้องปั่นตามกลุ่มรู้สึกลำบาก เนื่องจากรถล้อเล็กกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก ถัดมาอีกหนึ่งสัปดาห์ ในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2012/01/17/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Fujifilm FinePix X100</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2011/05/07/finepix-x100/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2011/05/07/finepix-x100/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 May 2011 07:45:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[photography]]></category>
		<category><![CDATA[camera]]></category>
		<category><![CDATA[Fuji X100]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=1050</guid>
		<description><![CDATA[[Updated #1 - 9 พ.ค. 2554 เพิ่มเนื้อหาและภาพประกอบหลายจุด] วันนี้อยากจะเขียนบันทึกถึงกล้องตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดคำถามเหล่านี้&#8230; &#8220;นี่ไลก้าใช่ไหมเนี่ย?&#8221; &#8211; ฟูจิครับ &#8220;มันซูมได้เยอะไหมน่ะ?&#8221; &#8211; ซูมไม่ได้ครับ &#8220;มันมีฟังก์ชั่นเยอะไหม?&#8221; &#8211; ก็มีพาโนรามาครับ แต่ไม่มีโฟกัสจับหน้า, ไม่มีกันสั่น, ไม่มี art filter &#8220;ต้องใช้เลนส์อะไรครับ?&#8221; &#8211; เลนส์ติดกล้องมาเปลี่ยนไม่ได้ครับ &#8220;ถามจริงเหอะ เทคโนโลยีที่เขาพัฒนากันมาทั้งหมดนี่มันใช้แล้วไม่มีความสุขหรือไง?&#8221; ก็ว่ากันไป&#8230; เจ้ากล้องตัวที่ว่านี้คือ Fujifilm FinePix X100 ที่สร้างความฮือฮาได้ตั้งแต่ประกาศตัวเมื่อปลายปี 2010 และสร้างกระแสแรงต่อเนื่องมาตลอดจนถึงการเปิดขายเมื่อต้นปีนี้ แถมยังเจอเหตุภัยพิบัติในญี่ปุ่นทำให้ต้องระงับการผลิตชั่วคราว กลายเป็นของหายากไปทันที จนคนไทยหลายคนที่โชคดีได้ซื้อล็อตแรก เอาไปปั่นราคาปล่อยกันใน ebay กันเพียบ ตอนนี้ก็มีรีวิวหลายสำนักออกมาแล้ว ถ้าใครอยากอ่านฝรั่งวิเคราะห์จากการใช้งานจริง ไม่เน้นกราฟ ไม่เพ่งพิกเซล ขอแนะนำให้ไปอ่านของ Steve Huff และ John Goldsmith ก่อนเลย ส่วนที่ผมจะเขียนนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ทำไมถึงซื้อ? ประการแรกเลยคือมันหล่อดี! [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2011/05/07/finepix-x100/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลังลบ</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2011/03/13/negative-energy/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2011/03/13/negative-energy/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Mar 2011 10:12:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design activity]]></category>
		<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[character]]></category>
		<category><![CDATA[comics]]></category>
		<category><![CDATA[Pecha Kucha]]></category>
		<category><![CDATA[star wars]]></category>
		<category><![CDATA[superhero]]></category>
		<category><![CDATA[watchmen]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=1010</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องด้วยได้รับเชิญไปพูดในงาน Pecha Kucha Bangkok ครั้งที่ 9 ในหัวข้อ &#8220;พลังลบ&#8221; เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2554 เมื่อเสร็จงานแล้วจึงขอนำสไลด์และเนื้อหามาบันทึกไว้ที่นี่ เป็นการอ้างอิงส่วนตัว และเผื่อแผ่แก่ผู้ที่ไม่ได้ไปงานมาอ่านดูครับ 1. เรื่องทุกเรื่องในชีวิตเรา จะเป็นบวกหรือเป็นลบ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเรา ผมขอยกกรณีศึกษาถึงพลังลบที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต โดยนำไปเปรียบเทียบกับตัวละครในการ์ตูน, หนัง และเกม 2. ดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader) อาจจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย แต่เริ่มต้นแล้วเขาเป็นเด็กเก่ง มีความสามารถ ที่มีเจตนาดี แต่ความต้องการจะควบคุมทุกสิ่งให้เป็นอย่างใจต้องการ (รักแม่, รักเมีย) ทำให้ความคิดบวกของเขาถูกบิดเบือนไปเป็นความคิดลบ พร้อมกับการเข้าสู่ด้านมืดในที่สุด 3. ออซีแมนเดียส (Ozymandias) จากเรื่องวอทช์เมน (Watchmen) &#8211; เป็นอีกตัวอย่างของเจตนาดีและความคิดบวกที่กลายเป็นลบเพราะความยึดมั่นในอุดมคติมากเกินไป เขาเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลก มีเจตนาดีที่ต้องการจะขจัดความขัดแย้งและสงคราม ฟังดูดีตามประสาฮีโร่ แต่วิธีการคือสร้างศัตรูร่วมกันให้กับทุกรัฐในโลกโดยสร้างสัตว์ประหลาดมาถล่มเมืองแล้วทำให้ดูเหมือนเป็นการรุกรานจากต่างดาว (หรือถ้าในฉบับภาพยนตร์ คือ การจำลองการทำลายล้างให้เป็นฝีมือของด็อกเตอร์ แมนฮัทตัน ฮีโร่อีกคนหนึ่ง) และทำให้มีคนตายมากมาย แม้ว่าท้ายที่สุดความต้องการของเขาจะเป็นจริง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2011/03/13/negative-energy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>BITS</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/11/05/bits/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/11/05/bits/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Nov 2010 05:06:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design activity]]></category>
		<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[talk]]></category>
		<category><![CDATA[typography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=998</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงเวลา 10 ปี เป็นเวลาที่นานพอที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างคาดไม่ถึง นับจากที่ผมเรียนจบปริญญาตรีในพ.ศ. 2543 หรือค.ศ. 2000 จนถึงปัจจุบัน คือปีพ.ศ. 2553 หรือค.ศ. 2010 ชีวิตประจำวันของผมได้เปลี่ยนไปจากที่ต้องเริ่มมีโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกเป็นของตัวเอง กลายเป็นยุคที่ทุกคนต้องใช้โทรศัพท์มือถือทำเรื่องอื่นๆ เยอะกว่าใช้คุยโทรศัพท์ จากกล้องถ่ายรูปที่ใช้ฟิล์มมาเป็นกล้องดิจิทอล จากที่รถไฟฟ้า BTS เพิ่งเปิดใช้ กลายเป็นวิธีการเดินทางหลักของใครหลายคน แต่ที่ประทับใจที่สุดในตอนนี้เมื่อมองย้อนหลังกับไป คือการมีพื้นที่สำหรับความสนใจด้านงานด้านอักขรศิลป์ (typography) ในสังคมไทยที่มากขึ้น มองย้อนกลับไปสิบปี&#8230; ผมมีความสนใจ typography ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี แต่ตอนนั้นไม่ค่อยมีแหล่งข้อมูลให้ค้นหาได้เหมือนทุกวันนี้ ไม่ค่อยมีงานคนไทยเจ๋งๆ ให้ดู ความสนใจของคนทั่วไปก็ไม่ได้เด่นชัด พอเริ่มมีแรงบันดาลใจจากบทความของอนุทิน วงศ์สรรคกร ก็ลองอีเมล์ไปคุยด้วยเพื่อขอคำแนะนำ, ต่อมาก็มีหนังเรื่อง &#8220;ฟ้าทะลายโจร&#8221; ที่ทำให้ได้รู้จักชื่อ &#8220;โรจ สยามรวย&#8221; หลังจากที่ซื้อเสื้อยืดของแกโดยไม่รู้ตัวมาตั้งนาน, มีจังหวะโชคดีในหน้าที่การงานที่ทำให้ผมได้ออกแบบตัวอักษรชื่อธนาคารแห่งหนึ่ง, ตามด้วยนิทรรศการสิบตัวพิมพ์ไทยของคุณประชา สุวีรานนท์, มีการประกวดฟอนท์สองครั้ง และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้ได้รู้จักกับนักออกแบบอีกหลายคน พี่ๆ บางท่านที่ผมเคยรู้จักและชื่นชมแต่ตัวผลงาน ก็ได้มาสนิทกัน ร่วมงานกัน ช่วยเหลือกันมาถึงทุกวันนี้ ถ้าบอกผมในปี 2543 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/11/05/bits/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเป็นกรรมการตัดสินงานออกแบบ</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/09/17/design-jury/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/09/17/design-jury/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2010 04:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design activity]]></category>
		<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[award]]></category>
		<category><![CDATA[contest]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=986</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงเวลาประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา มีกิจกรรมใหม่เกิดขึ้นกับชีวิต คือ ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินงานประกวดออกแบบ, คณะกรรมการตรวจหัวข้องานศิลปนิพนธ์ และตรวจงานศิลปนิพนธ์ ทั้งหมดนี้ทำให้กลับมานั่งทบทวนแล้วได้ข้อสรุปจากความเห็นส่วนตัวที่นำมาบันทึกไว้ที่นี่ การตัดสินการประกวดงานออกแบบ การประกวดไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการหางานที่ดีที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดเสมอไป แต่สำหรับผู้จัด นี่เป็นวิธีที่ลงทุนแล้วได้ผลเชิงปริมาณชัดเจนที่สุด วัดผลได้จากจำนวนผู้ส่งผลงานเข้าประกวด เราไม่สามารถตัดสินผลงานได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ได้รับฟังการนำเสนอของเจ้าของงานได้ มีบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่ตั้งใจหากินกับการทำงานประกวดอย่างจริงจัง ส่งทุกงานเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นงานที่จบเร็ว ได้ตังค์โดยไม่ยุ่งยาก มาตรฐานของการประกวดงานออกแบบ ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกคณะกรรมการ การตรวจหัวข้องานศิลปนิพนธ์ โลกทุกวันนี้ จะหาหัวข้อที่ใหม่ มีประโยชน์ และน่าสนใจจริงๆ ยากขึ้นเรื่อยๆ การนำความสนใจส่วนตัวมาเป็นหัวข้อ ทำให้นักศึกษา &#8220;อิน&#8221; กับสิ่งที่จะทำ แต่ควรต้องหาเหตุผลมารองรับให้ครบถ้วน เพราะสุดท้าย งานออกแบบก็ไม่ใช่งานศิลปะ ต้องมีกลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และผลที่คาดหวังชัดเจน ไม่ใช่ทำเพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของโครงการ กรรมการไม่ควรยัดเยียดความคาดหวังของตัวเองให้กับนักศึกษามากเกินไป จริงอยู่ที่ความตั้งใจจะผลักดันนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องคำนึงถึงความถนัด และศักยภาพของเจ้าของโครงการด้วย ปัญหาคือ ถ้าคำว่า &#8220;กรรมการ&#8221; คือ เข้าไปตัดสินว่าถูกต้องหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ เท่านั้นแล้วจบ อะไรก็คงไม่ยาก แต่กรรมการก็อดไม่ได้ที่ทำจะหน้าที่โดยมีบทบาทของการเป็น &#8220;อาจารย์&#8221; หรือ &#8220;ที่ปรึกษา&#8221; รวมอยู่ด้วย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/09/17/design-jury/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สะพานแคบ ใจกว้าง</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/09/13/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/09/13/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2010 10:48:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[duty]]></category>
		<category><![CDATA[responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[traffic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=979</guid>
		<description><![CDATA[เหตุเกิดเมื่อหัวค่ำวันหนึ่ง ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน หลังจากวิ่งรถขึ้นไปคืบคลานอยู่บนสะพานแห่งหนึ่งที่วิ่งได้เพียงสองเลน ก็ได้ยินเสียงรถหวอดังมาจากทางด้านหลัง มองกระจกหลังก็เห็นไฟกระพริบสีแดง-ฟ้า มีเสียงเจ้าหน้าที่ซึ่งฟังไม่ได้ศัพท์ลอยมาพร้อมกัน แวบแรกผมก็คิดว่าจะขยับรถของตนจากเลนขวาไปชิดซ้ายเพื่อหลีกทางให้ แต่เมื่อรถหวอเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มจับใจความของเสียงตะโกนผ่านโทรโข่งได้ &#8220;ไม่ต้องเปลี่ยนเลนนะครับ ใครอยู่เลนไหนก็อยู่เลนนั้น เลนซ้ายชิดซ้าย เลนขวาชิดขวา&#8221; เพียงเท่านั้น เมื่อรถทุกคันพร้อมใจปฏิบัติตาม สะพานสองเลนแคบๆ ก็มีเลนที่สามเปิดขึ้นตรงกลาง ให้รถหวอวิ่งผ่านไปได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วรถของผมและเพื่อนร่วมทางทั้งสองเลนที่เหลือจะต้องอยู่กับรถติดต่อไป แต่ผู้เดือดร้อนบนรถหวอคงจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ในฐานะที่เคยอยู่บนรถหวอที่นำส่งสมาชิกในครอบครัวมาแล้ว ผมเข้าใจว่าภาวะที่ต้องเจอรถติดในขณะที่ทุกวินาทีมีค่านั้นทรมานแค่ไหน แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้วที่ได้มีส่วนช่วยให้รถหวอคันนั้นวิ่งผ่านไปได้เร็วขึ้นสักนิดก็ยังดี ณ วินาทีที่รถหวอวิ่งผ่านรถผมไป ผมรู้สึกว่านี่น่าจะเป็นภาพสะท้อนของสังคมได้ ตราบใดที่ทุกคนมีจุดหมายร่วมกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อส่วนรวม ไม่ต้องไปขวางทางหรือก้าวก่ายหน้าที่ของอีกฝ่าย ทุกอย่างก็จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ชีวิตประจำวันที่ดำเนินไปอย่างเดิมๆ มีอะไรสอนเราได้ตลอดจริงๆ ป.ล. ขอขอบคุณพี่อาร์ท (try2benice) ที่ให้ชื่อ &#8220;สะพานแคบ ใจกว้าง&#8221; มาทาง facebook ตอนที่ผมโพสท์เรื่องนี้ครั้งแรกจากมือถือ]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/09/13/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wired Magazine &#8211; iPad Edition</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/08/31/wired-magazine-ipad-edition/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/08/31/wired-magazine-ipad-edition/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 04:19:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[article]]></category>
		<category><![CDATA[art4d]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[magazine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=974</guid>
		<description><![CDATA[บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร art4d ฉบับที่ 172 ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2553 Wired Magazine - iPad Edition June 2010 Conde Nast Digital ความพยายามในการใช้สื่อดิจิทัลมาทดแทนสิ่งพิมพ์ในรูปแบบหนังสือนั้นมีมานานมากแล้ว คำว่า e-book เริ่มปรากฏในสื่อมาไม่น้อยกว่า 10 ปีและกระจัดกระจายอยู่บนอินเตอร์เน็ตจนถึงอุปกรณ์พกพาต่างชนิด ไม่เว้นแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่ในลักษณะที่พยายามจะเลียนแบบหนังสือเล่มให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยยกหน้าของหนังสือเล่มมาวางไว้บนหน้าจอให้พลิกอ่านได้ ทั้งยังใส่เสียงพลิกหน้ากระดาษเพื่อเลียนแบบประสบการณ์จากเทคโนโลยีเก่าให้ถึงที่สุด จนถึงลักษณะที่เป็นข้อความล้วนๆ บนหน้าจอขาวดำของอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่มีความสามารถในการแสดงผลจำกัด แต่ทั้งหมดก็ยังไม่สามารถทำให้ e-book เข้ามาเป็นรูปแบบหลักของการบริโภคข่าวสารแทนที่หนังสือเล่ม จนกระทั่งในช่วง 2-3 ปีมานี้เองที่ความพร้อมของปัจจัยหลายอย่างเริ่มมาบรรจบกัน ด้วยปริมาณของข้อมูลที่ถูกนำเสนอในรูปแบบดิจิทัลที่มีมากขึ้นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทำให้การส่งต่อข้อมูลสะดวกขึ้น อุปกรณ์พกพาที่มีความสามารถดีขึ้นและให้ประสบการณ์การอ่านใกล้เคียงการถือหนังสือเล่มมากขึ้น รวมทั้งความพร้อมของสิ่งพิมพ์ และวารสารประเภทต่างๆ ในการปรับตัวเข้าสู่ระบบการจัดจำหน่ายสื่อดิจิทัลเพื่อรองรับอุปกรณ์เหล่านั้น หนึ่งในตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้คือการมาถึงของ iPad ที่ทำให้นิตยสารหลายเล่มต้องปรับตัวหาทางวางจำหน่ายฉบับดิจิทัลให้ได้เป็นรายแรกๆ ในตลาดใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสนี้ ด้วยความใหม่ของประสบการณ์การรับสื่อในอุปกรณ์ประเภท tablet computer ซึ่งรองรับการโต้ตอบแบบ multi touch ทำให้ผู้ผลิตสื่อต้องคิดหาวิธีนำเสนอที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ บางรายเลือกที่จะยกหน้ากระดาษมาไว้บนหน้าจอโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย บางรายมองวิธีการนำเสนอเป็นรูปแบบหน้าเว็บ ไม่แปลกที่หลายรายไม่ประสบความสำเร็จในการออกแบบเพราะยังจับจุดไม่ได้ว่าประสบการณ์ที่ดีบนอุปกรณ์ชนิดนี้คืออะไร แล้วใครต่อใครก็ต้องแปลกใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/08/31/wired-magazine-ipad-edition/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผมเป็นเด็กสยาม พ่อเป็นเด็กพระรามสี่</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/05/19/siam-ramaiv/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/05/19/siam-ramaiv/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 May 2010 14:29:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[home]]></category>
		<category><![CDATA[life]]></category>
		<category><![CDATA[siam square]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=964</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ผมเป็นเด็กสยาม&#8221; ราวสามสิบปีก่อน ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ความ คุณแม่พาผมนั่งเบาะเด็ก ติดรถไปร้านขายเสื้อผ้าของแม่ที่สยามเซ็นเตอร์ ที่นั่น, ผมได้รู้จักกับเพื่อนๆ ของคุณแม่ ที่เป็นเจ้าของร้านข้างเคียง, พนักงานร้านอาหารไฮไลท์ บนชั้นสี่ เครือเดียวกับนิวไลท์ ในสยามสแควร์ ยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนเริ่มเดินได้และซุกซน ผมหกล้มในร้านของคุณแม่ในสยามเซ็นเตอร์เพราะเต้นตามเพลงแรงไปหน่อย หัวแตก ต้องเย็บหลายเข็ม เป็นแผลเป็นอยู่บนหน้าผากถึงทุกวันนี้ สิบกว่าปีก่อน ผมก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ชอบมาเดินเที่ยว ดูหนัง เรียนพิเศษ ในสยามสแควร์ มีเพื่อนบางกลุ่มมีร้านประจำ โต๊ะประจำในสยามสแควร์ ชอบเข้าร้านหนังสือบนเวิร์ลดเทรด จนเมื่อเป็นนิสิตจุฬาฯ ก็ยังใช้เวลาว่างในสยามสแควร์ และฝึกงานกับค่ายเพลงแห่งหนึ่งในสยามสแควร์ สิบปีผ่านไปหลังจากเรียนจบ ผมยังนิยมแวะเวียนไปสยามสแควร์ ไปซื้อเพลงจากร้านเดิมที่เคยอุดหนุนกันมาตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย วันนี้ตอนที่ได้ยินข่าวผู้ชุมนุมเริ่มเผาโรงหนัง และห้างสรรพสินค้า ภาพความทรงจำเก่าๆ พรั่งพรูเข้ามาตีกันอยู่ในสมอง พร้อมกับที่สายตาจับจ้องภาพกลุ่มควันที่กำลังพวยพุ่งอยู่เหนือฟ้ากรุงเทพผ่านกระจกรถที่กำลังวิ่งอยู่บนทางด่วน ความสะเทือนใจนี้ทำให้ผมเริ่มน้ำตาไหล ตลอดช่วงเวลาร่วมสามสิบปี ผมย้ายที่เรียน ย้ายที่ทำงาน ย้ายบ้านมาหลายครั้ง แต่สยามสแควร์ก็ยังอยู่ตรงนั้น ยังเป็นที่ที่ผมยังต้องไป แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับสยามสแควร์จะเปลี่ยนรูปแบบไปในแต่ละช่วงชีวิตก็ตาม ยิ่งได้รับรู้ความเสียใจ และเสียดาย ของผู้คนอีกมากมายที่มีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ ก็ยิ่งทำให้จิตใจหดหู่ ผมคิดว่านั่นคงเป็นเรื่องที่ทำให้ผมสะเทือนใจที่สุดในวันนี้แล้ว จนกระทั่งคุณพ่อโทร.มาหาขณะผมกำลังฝ่ารถติดกลับบ้าน เพื่อแจ้งข่าวว่าตึกแถวที่ปัจจุบันนี้เป็นสาขาย่อยของธนาคารแห่งหนึ่ง บนถนนพระรามสี่ ในบริเวณพื้นที่ที่เกิดการปะทะ ถูกเผาวอดหมดแล้ว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/05/19/siam-ramaiv/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pitching Fee</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/02/16/pitching-fee/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/02/16/pitching-fee/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 01:58:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[pitching]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=956</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานนี้มี (ว่าที่) ลูกค้ารายใหม่ ติดต่อเข้ามา อยากจะจ้างบริษัทของผมออกแบบ identity ให้ หลังจากได้คุยรายละเอียดผลิตภัณฑ์คร่าวๆ แล้วจึงเฉลยว่าจะต้องแข่งกับอีกสองสามราย อยากให้เข้าไปรับบรีฟแล้วเสนอผลงานร่างแรกกลับมาพร้อมกับราคา ผมจึงตอบไปว่า &#8220;ต้องมีค่าใช้จ่าย&#8221; ในมุมมองของผม การออกแบบกราฟิกคือธุรกิจบริการ มีต้นทุนคือเวลาและพลังสมอง มีผลิตผลเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าทำงานไปให้ฟรีๆ แล้วลูกค้าถูกใจแบบของผม แต่ถูกใจราคาของผู้ให้บริการรายอื่น ก็ไม่มีหลักประกันใดว่าจะไม่ถูกนำเอาแบบไปให้รายอื่นทำต่อ หรือเก็บไว้ทำเอง ถ้ามองโลกในแง่ร้าย ต่อให้มีค่าเหนื่อยให้ ก็อาจจะถูกนำแบบไปใช้ได้อยู่ดี แต่อย่างน้อย ไม่ต้องทำงานฟรี ผมยินดีไปรับบรีฟ ยินดีเสนอราคาและแผนงานมาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อไรที่ต้องลงแรงทำไป โดยเอางานไปแข่งกับรายอื่น ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย และเงินก้อนนี้ จะคิดเป็นเปอร์เซนต์เล็กน้อย เมื่อเทียบกับค่าบริการทั้งหมด ซึ่งถ้าบริษัทของผมได้รับเลือก ก็นำเงินค่าประกวดแบบตรงนี้ ไปหักออกจากค่าบริการ เท่ากับว่าผู้ว่าจ้างไม่ต้องเสียเงินเพิ่มให้เปล่าๆ ในมุมมองของคุณลูกค้า เขาถือว่าความที่ไม่เคยทำงานด้วยกัน ย่อมยังไม่รู้ฝีมือกัน ไม่แน่ใจว่าควรจะเสียเงินให้หรือไม่ ไม่อาจเชื่อได้ว่าผลงานที่เห็นบนเว็บของบริษัทเป็นเครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือ หรือความตรงใจได้ทั้งหมด นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เช่นกัน หลังจากต่างฝ่ายต่างอธิบายความตั้งใจของตนแล้ว ผมเสนอว่า &#8220;ให้ค่าประกวดแบบเป็นจำนวนเงินที่ทางลูกค้ากำหนดก็ได้ ให้ทุกรายได้ค่าเหนื่อยเท่ากัน แล้วแต่ละรายจะได้ตัดสินใจโดยพิจารณาจากกติกาและเงื่อนไขต่างๆ ของการแข่งขันครั้งนี้เอง&#8221; แน่นอนว่า ผมเชื่อว่าจะมีคนยอมทำฟรี แต่สิ่งที่ผมเรียกร้อง ไม่ได้เพื่อตัวเอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/02/16/pitching-fee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

