<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Wee Viraporn &#124; วีร์ วีรพร</title>
	<atom:link href="http://www.weeviraporn.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.weeviraporn.com</link>
	<description>on design and all things that matter</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Feb 2010 07:29:29 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>dpbp live #2 ตอน &#8220;ของญี่ปุ่น-ของไทย&#8221;</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/02/06/dpbp-live-2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/02/06/dpbp-live-2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Feb 2010 07:28:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design activity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=950</guid>
		<description><![CDATA[
ร่วมรับฟังการเสวนาอย่างมีสาระ แบบ &#8220;ดีไซน์ไป บ่นไป&#8221; กับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานออกแบบของญี่ปุ่น

รศ.บุญสนอง รัตนสุนทรากุล คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ผศ.ดร.ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิตสาขาการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต
คุณสันติ ลอรัชวี นักออกแบบกราฟิกจาก Practical Studio และอาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 17:00 น. ณ แกรนด์ ฮอลล์ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์
กิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ &#8220;เรียงชีวิต ร้อยดีไซน์&#8221; เรียนรู้ชีวิตชาวญี่ปุ่น จากวันวานและวันนี้ (Japanese Design Today 100) 27 ม.ค. &#8211; 6 ก.พ. 2552
สนับสนุนโดย อาซาฮี ซูเปอร์ ดราย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/02/06/dpbp-live-2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลงานออกแบบของตัวเองที่ชอบที่สุดในชีวิต</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2010/01/24/my_all_time_fav_work/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2010/01/24/my_all_time_fav_work/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Jan 2010 04:04:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[cover]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=933</guid>
		<description><![CDATA[ในการทำงานสอนของผม ผมจะเริ่มเทอมใหม่ด้วยการทำความรู้จักนักศึกษาในฐานะนักออกแบบ นั่นคือให้ทุกคนนำผลงานของตัวเองที่ชื่นชอบที่สุดมาเล่าให้ฟัง การทำความรู้จักกันด้วยวิธีนี้เป็นประโยชน์กับตัวผู้สอนอย่างมากในการจับประเด็นความสนใจและทักษะของนักศึกษา เพื่อจะได้ชี้แนะและผลักดันแต่ละคนไปได้ถูกทาง
แน่นอนว่าตัวอาจารย์ผู้สอนเองก็ต้องเปิดใจ เล่าเรื่องงานของตัวเองให้ฟังด้วย และทุกครั้ง ผมจะเลือกงานชิ้นนี้ขึ้นมาเล่าให้นักศึกษาฟัง ซึ่งมันไม่ใช่งานที่ทำให้หลายคนรู้จักผมในฐานะนักออกแบบ ไม่ใช่งานที่ทำในฐานะนักออกแบบด้วยซ้ำ แต่เป็นงานที่ทำขึ้นในฐานะนักเรียนม.ปลาย มันคือปกของ &#8220;สาธิตานุสรณ์&#8221; หนังสือรุ่นของโรงเรียนมัธยมสาธิต มศว. ประสานมิตร

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2538, ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยเห็นภาพชัดเจนว่าอาชีพนักออกแบบกราฟิกคืออะไร มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง ผมเป็นนักเรียนม.ปลายที่มีทักษะทางศิลปะ ประมาณว่าดรออิ้งเก่งหน่อย วาดการ์ตูนได้ เขียนสีน้ำได้แต่ไม่สวย กำลังศึกษางานออกแบบสื่อสารจากปกอัลบั้มของวงโปรเกรสสีฟร็อคยุค &#8217;70s ที่คุ้ยเจอในกรุเพลงของคุณพ่อคุณแม่ มองไม่เห็นอนาคตของชีวิตที่ไกลกว่าการตั้งเป้าหมายว่าอยากจะเอ็นท์ติด อยากได้เรียนศิลปะ/ออกแบบ และกำลังอยากเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพ โดยบอกกับที่บ้านไว้ว่าถ้าเอ็นท์ติดจะขอของขวัญเป็นกล้อง SLR สักตัว
สมัยนั้นคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนเหมือนสมัยนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะมีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ยิ่งความคิดจะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะหรืองานออกแบบยิ่งเป็นเรื่องที่ไกลตัวเหลือเกินสำหรับนักเรียนม.ปลายทั่วไป ตอนนั้นมีเพื่อนที่มีความสามารถบางคนใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำแพทเทิร์นการแปรอักษร มีบางคนใช้พิมพ์ตัวอักษรหลากแบบมาทำเป็นชื่อแกงค์รถซิ่ง การทำหนังสือรุ่นจึงเป็นการตัดแปะด้วยมือ ก่อนส่งอาร์ทเวิร์คตัวอย่างไปให้ทางโรงพิมพ์/ร้านแยกสี ทำต่อเป็นไฟล์ดิจิทอล
ด้วยความที่คอมพิวเตอร์ยังเป็นสิ่งค่อนข้างใหม่ หลายครั้งที่การบอกว่า &#8220;งานนี้ใช้คอมพิวเตอร์ทำ&#8221; กลายเป็นจุดขายที่ทำให้ใครต่อใครตื่นเต้นและชื่นชม มากกว่าการมองที่ตัวผลงานเอง เมื่อผมได้รับโอกาสที่จะทำปกหนังสือรุ่น มีบางเสียงถามมาว่า &#8220;จะใช้คอมพิวเตอร์ทำหรือเปล่า?&#8221; เพราะว่าปกของหนังสือรุ่นปีก่อนหน้านั้น เป็นภาพตึกโรงเรียนที่ถูกรีทัชให้ลอยอยู่ในท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มซึ่งมีปุยเมฆพุ่งกระจาย ตรากราฟ สัญลักษณ์ของโรงเรียนเป็นภาพสามมิติผิวโครมแบบคนเหล็กภาคสอง ตัวอักษรเลขปีก็เป็นภาพสามมิติ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ใครหลายคน แต่โดยส่วนตัวผมกลับไม่ได้ปลื้มปกนั้นเท่าไหร่ เพราะไม่ได้รู้สึกว่ามีความพิเศษในเนื้อหาใดๆ &#8220;ใช้คอมทำไม่ได้หรอก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2010/01/24/my_all_time_fav_work/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Olympus E-P1 : ชัยชนะของหัวใจเหนือสมอง</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/12/23/olympus-e-p1/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/12/23/olympus-e-p1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Dec 2009 16:28:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[photography]]></category>
		<category><![CDATA[camera]]></category>
		<category><![CDATA[photo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=898</guid>
		<description><![CDATA[
อย่างที่เรารู้กันว่าสมองซีกซ้ายเป็นส่วนที่ควบคุมร่างกายซีกขวา และความคิดเรื่องตรรกะและเหตุผล ส่วนสมองซีกขวาควบคุมร่างกายซีกซ้ายและเรื่องของอารมณ์ แต่ไม่รู้ว่าหัวใจมาอ้างสิทธิ์การครอบครองการใช้อารมณ์เมื่อไหร่เหมือนกัน เราเลยมักจะได้ยินการเปรียบเทียบการใช้เหตุผลต่อสู้กับอารมณ์ว่าเป็นเรื่องของสมองกับหัวใจ หรือว่าภาพสมองสองซีกทะเลาะกันมันดูไม่โสภาและไม่น่าจะมีใครชนะก็ไม่รู้สิ?
ตัวผมเป็นคนถนัดซ้ายที่ถูกบังคับมาแต่เด็กให้เขียนหนังสือมือขวาจนเกิดเป็นความถนัดสองมือแบบเอียงซ้าย และเป็นคนทำงานสายศิลปะที่มีระเบียบวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ความแตกต่างที่ดูเหมือนจะขัดแย้งนี้ทำให้การตัดสินใจหลายครั้งในชีวิตของผมเป็นผลลัพธ์จากการปะทะกันระหว่างสมองกับหัวใจอย่างรุนแรงโดยผลัดกันเป็นฝ่ายชนะ
ต่อไปนี้คือเรื่องราวเกี่ยวกับชัยชนะของหัวใจครั้งหนึ่งที่ผมอยากจะบันทึกไว้
ใครก็ตามที่รู้จักผมมาได้สักพักจะทราบว่า ผมใช้เวลาเยอะมากในการตัดสินใจซื้อกล้องสักตัว ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลจากเว็บรีวิวหลายสำนัก ทดลองเล่นตัวจริงตามร้านกล้องหรือหยิบยืมมาใช้ ถ่ายรูปเอาไฟล์มาเปิดดู โหลดโบรชัวร์หรือคู่มือมาทำความเข้าใจฟังก์ชั่นและการควบคุม เมื่อมั่นใจว่าจะซื้อตัวไหนแล้ว ก็ยังต้องดูสภาพตลาดเพื่อเก็งว่าจะมีการปรับลดราคาในเวลาอันใกล้หรือไม่ เพื่อจะได้ซื้อในเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ตลาดกล้องดิจิทอลทุกวันนี้ช่างแสนซับซ้อน แต่ละยี่ห้อมีกล้องหลายตระกูลสำหรับผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ออกรุ่นใหม่มากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี และเพิ่มเทคโนโลยีที่เป็นจุดขายประจำช่วงเวลานั้นๆ เช่น กันสั่น, ตรวจจับใบหน้า, เพิ่มความไวแสง เป็นต้น การตัดสินใจเลือกซื้อกล้องสักตัวสำหรับคนที่เต็มไปด้วยข้อมูล และไม่หวั่นไหวไปกับการโฆษณาด้วยพรีเซนเตอร์อย่างผม จึงเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและเหตุผล มีอารมณ์หรือความรู้สึกมาเกี่ยวข้องน้อยมาก ความหมกมุ่นตรงนี้อาจจะกินเวลาต่อเนื่องนานเป็นเดือน จะว่าเป็นความจู้จี้ส่วนตัวก็ได้
ตั้งแต่มีการประกาศข่าวเกี่ยวกับระบบ Micro Four Thirds (m4/3) เมื่อปี 2008 พร้อมกับการเปิดตัวของกล้อง Panasonic Lumix G1 และ Olympus ที่เอา concept model หน้าตาน่าเอ็นดูวางอยู่ในตู้โชว์ ความหวังของผู้รักการถ่ายภาพหลายคนที่อยากได้กล้องตัวเล็กแต่คุณภาพดี และมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนเลนส์ก็เป็นจริง ผมเฝ้ารอให้ Olympus เปิดตัวกล้องตัวเล็กน่ารักนี้อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งเมื่อกลางปีที่ผ่นมา Olympus E-P1 หรือที่ผมชอบเรียกว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/12/23/olympus-e-p1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนขับแท็กซี่อายุ 82 ปี</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/12/23/taxi-driver/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/12/23/taxi-driver/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2009 17:45:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[illness]]></category>
		<category><![CDATA[life]]></category>
		<category><![CDATA[people]]></category>
		<category><![CDATA[taxi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=887</guid>
		<description><![CDATA[
ไม่ได้เขียนอะไรบนนี้มานานมาก เพราะภาระหน้าที่ส่วนตัวหลายอย่าง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคืออาการป่วยของคุณพ่อที่ทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ได้เดือนกว่าแล้ว ในระหว่างนี้ก็ได้พบกับผู้คนหลากหลาย และได้เรียนรู้บางแง่มุมเกี่ยวกับชีวิตคนแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน ซึ่งอาจจะทะยอยมาเล่าให้ฟังบนนี้บ้างในภายหลัง
เริ่มเรื่องแรกกันดีกว่า&#8230;
วันหนึ่ง ผมต้องเดินทางออกจากโรงพยาบาลไปทำธุระที่อื่นโดยแท็กซี่ แวบแรกที่กระโดดขึ้นรถแล้วหันไปบอกคนขับถึงที่หมาย ผมสะดุดตากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยับย่นของคุณคนขับ เขาดูแก่เกินกว่าที่จะมาขับแท็กซี่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจยิ่งกว่าคือเสียงดังฟังชัดอันสดใสของเขาที่พูดถามมาก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากว่า &#8221;จะไปไหนครับท่าน?&#8221; ผมอมยิ้มเพราะไม่มีใครเรียกผมว่าท่านมาก่อน
หลังจากออกรถ บทสนทนาของเราเริ่มขึ้น
ลุง : &#8220;ท่านมาเข้าโรงพยาบาลนี่ป่วยเป็นอะไรหรือครับ&#8221;
ผม : &#8220;ผมไม่ได้ป่วยหรอกครับ แต่คุณพ่อผมเข้าโรงพยาบาลมาได้เดือนนึงแล้ว&#8221;
คุณลุง (หรือถ้าจะให้ถูก อาจต้องเรียกว่าคุณปู่) คนขับแท็กซี่คนนี้ดูกระฉับกระเฉงและอารมณ์ดีมาก ผมอดไม่ได้ที่จะถาม
ผม : &#8220;ขอโทษนะครับ ลุงอายุเท่าไหร่แล้วครับ&#8221;
ลุง : &#8220;แปดสิบสองปีแล้วครับ&#8221;
ผม : &#8221;โห&#8230; ยังดูแข็งแรงนะครับ?&#8221;
ลุง : &#8220;ไม่แข็งแรงหรอกครับ กำลังป่วยอยู่&#8221;
ด้วยความสนใจ ผมเริ่มฟังเรื่องเล่าของลุง แกบอกว่าแกป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เคยคิดอยากจะปล่อยให้ตัวเองตายไป เพราะลูกหลานก็ไม่มี เมียก็ตายไปแล้ว แต่ด้วยความที่เคยรับใช้คุณหมอคนหนึ่งมาในอดีต คุณหมอคนนั้นจึงช่วยเหลือโดยใช้คอนเนคชั่นลดค่ายาให้ ตอนนี้ลุงต้องเก็บเงินเพื่อฉีดยาให้ครบ 9 เข็ม เข็มละ 3,000 บาท ตอนนี้ฉีดมาได้ 8 เข็มแล้ว เหลือเข็มสุดท้าย แล้วแกก็จะเลิกขับรถ กลับไปอยู่บ้านนอก ปัญหาคือ ถ้าไม่สามารถหาเงินมาฉีดเข็มสุดท้ายนี้ได้ทัน ที่ฉีดมา 8 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/12/23/taxi-driver/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักออกแบบระดับโลก ยังคงออกปฏิบัติการอยู่</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/10/30/world-class-designer-still-active/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/10/30/world-class-designer-still-active/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 09:26:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[fraud]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=876</guid>
		<description><![CDATA[นาย J. &#8220;นักออกแบบระดับโลก&#8221; จากที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ยังออกปฏิบัติการอยู่นะครับ
เร็วๆ นี้ผมกดเมาส์ผิดไปโดน bookmark กระทู้เรื่องนาย J. บนพันทิป หลังจากไม่ได้สนใจมานานแล้ว พบว่ามีคนกำลังสงสัยตัวตนของนาย J. อีกเช่นเคย ผมจึงได้ส่งข้อมูลเรื่องที่ผมได้พบเจอไปให้ และนี่คือข้อความที่ได้รับตอบกลับมาครับ

เรียนคุณวีร์
ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับข้อมูล
นามบัตร นาย J. ก็เหมือนกันค่ะ เค้าจะเซ็นต์แล้วค่อยยื่นให้ค่ะ   เป็นคนที่ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ แล้วโทรเข้ามาหาที่ออฟฟิศ แบบชนิดตามตื้อน่ารำคาญเลยทีเดียว พอดีที่บริษัทจะมี project ใหญ่พอสมควร ทางเราไม่ได้หา supplier เป็น นาย J. นะคะ ไม่รู้ว่าเค้าทราบได้อย่างไรว่าเรามีการทำ project ใหม่เพราะวงในมากๆ
เค้าโทรมาเสนองานเอง ขอเข้าพบกับผู้บริหาร พูดชื่อเล่นผู้บริหารด้วย แต่ผู้บริหารเราไม่รู้จักเค้า โทรมาหลายครั้ง/วัน สุดท้ายก็รับนัดไป น่าย J. เข้ามา present งานใหญ่โตมาก ทำให้หลายที่ ทั้ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/10/30/world-class-designer-still-active/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Jonathan Ive at Design Museum</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/10/13/jonathan-ive-at-design-museum/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/10/13/jonathan-ive-at-design-museum/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2009 10:46:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[article]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[art4d]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[talk]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=862</guid>
		<description><![CDATA[
บันทึกจากการบรรยายของ Jonathan Ive ที่ Design Museum, London ในวันที่ 24 ตุลาคม 2004 ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร art4d ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากเมื่อไม่นานนี้ได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple จึงนึกถึงบทความนี้ขึ้นมา และขอนำมาเผยแพร่ที่นี่อีกครั้ง
แต่ไหนแต่ไรมา การศึกษาสอนให้ผมรู้จักศิลปินหรือนักออกแบบจากตัวผลงานเท่านั้น ถ้าไม่นับวงการแฟชั่นที่นักออกแบบต้องเดินคู่กับนางแบบบนเวทีเมื่อจบโชว์ทุกครั้งแล้ว โอกาสที่จะเห็นหน้าตานักออกแบบในสาขาอื่นๆ นั้นน้อยมาก แต่พักหลังๆ นี้ เหล่านักออกแบบเริ่มจะปรากฏตัวตามสื่อมากขึ้นๆ ตอนนี้ลูกค้า BMW เริ่มจำหน้า Chris Bangle ได้ คนซื้ออัลบั้มเพลงอาจแอบเห็นภาพ Peter Saville วางมาดเท่ได้ไม่แพ้ rock star เจ้าของอัลบั้ม นิตยสารบางเล่มเอารูปนักออกแบบขึ้นหน้าปกชัดเจนกว่าผลงาน จะบอกว่าสถานภาพของนักออกแบบในดวงใจคนบางกลุ่มเริ่มใกล้เคียงดาราก็ว่าได้
ในวันที่ผมไปเข้าร่วมฟังการสนทนากับ Jonathan Ive, vice president of industrial design แห่ง Apple, นักออกแบบผลิตภัณฑ์ผู้อยู่เบื้องหลังคอมพิวเตอร์สวยๆ ทุกรุ่นตั้งแต่ iMac สีลูกกวาดยัน PowerMac G5, [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/10/13/jonathan-ive-at-design-museum/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่น</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/10/12/thank_you_for_your_confidence/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/10/12/thank_you_for_your_confidence/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2009 05:32:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design activity]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=847</guid>
		<description><![CDATA[
การสนทนาสดครั้งแรกของ &#8220;design ไป บ่นไป&#8221; ในชื่อตอนว่า &#8220;เชื่อมั่นประเทศไทย กับนักออกแบบกราฟิก&#8221; เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ได้ผ่านพ้นไปอย่างน่าประทับใจ ชมภาพจากงานวันนั้นได้ ตามลิงค์นี้
ตอนที่ได้ทราบจากพี่ติ๊ก (สันติ ลอรัชวี) ว่าจะมีพื้นที่สนทนาสดให้  &#8221;design ไป บ่นไป&#8221; เมื่อหลายเดือนก่อน ในวันที่นิทรรศการ &#8220;ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย&#8221; ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจไปตามประสา เพราะที่ผ่านมาก็ทำรายการมาด้วยความสนุกและความสุข ไม่เคยมีความกดดันอะไรเลย แต่ยิ่งใกล้วันงานยิ่งคิดหนัก เนื้อหาจะเป็นอย่างไร? จะมีคนมาฟังไหม? ถึงขนาดที่ต้องถามตัวเองว่า &#8220;เอาจริงเหรอวะ?&#8221; เป็นครั้งแรก พอมาถึงบริเวณจัดงานแล้วยิ่งใจระทึก สี่โมงก็แล้ว สี่โมงครึ่งก็แล้ว ยังมีคนมาเพียงบางตา ใครได้เห็นสภาพผุดลุกผุดนั่งเหลียวซ้ายแลขวาอย่างลุกลี้ลุกลนของผมในวันนั้นคงจะเข้าใจ มาเบาใจได้ก็ตอนที่ก้าวขึ้นเวทีแล้วมองลงไปยังผู้ชมที่มากันเต็มทุกที่นั่ง แถมด้วยผู้ชมที่ยืนอยู่วงนอกอีกพอสมควร
นึกย้อนกลับไปเมื่อตอนต้นปี จากที่เริ่มมีความคิดจะทำโครงการนี้ขึ้นมา จนถึงตอนนี้ที่ทำรายการมาได้สิบกว่าตอน ได้รู้จักเพื่อนร่วมอาชีพมากขึ้นอีกหลายคน หรือคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว ก็ได้สนิทกันมากขึ้น อยากจะขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น อย่าหาว่าน้ำเน่าเลยนะ ผมรู้สึกชื่นใจอย่างนี้จริงๆ
พี่นุ อนุทิน วงศ์สรรคกร คอยช่วยยุให้ทำตั้งแต่ต้น และยังคอยสนับสนุนกันตลอดมาทั้งที่ยังไม่ได้มานั่งคุยกันจริงๆ ซักตอน / พี่ติ๊ก สันติ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/10/12/thank_you_for_your_confidence/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Graphic design = . . .</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/10/11/graphic-design/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/10/11/graphic-design/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Oct 2009 03:43:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[design activity]]></category>
		<category><![CDATA[graphic]]></category>
		<category><![CDATA[Pecha Kucha]]></category>
		<category><![CDATA[philosophy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=810</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 มีโอกาสได้ไปร่วม &#8220;ปล่อยของ&#8221; ในงาน Pehca Kucha Night Bangkok ครั้งที่ 6 ที่สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ &#8220;ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย&#8221; จึงขอนำสไลด์ของตัวเองมาแบ่งปันให้ดูและบันทึกเนื้อหาไว้ที่นี่
โจทย์คราวนี้บังคับมาว่า &#8220;graphic design = . . .&#8221; ผมได้นั่งถกกับน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน ถึงปรัชญาในการทำงานของแต่ละคน เรียบเรียงออกมาเป็นประเด็นหลักสามข้อที่เราเห็นพ้องกันว่าควรจะเป็นสิ่งที่ยึดถือร่วมกันในการทำงานของ conscious สตูดิโอของเรา แล้วนำมาวิเคราะห์พร้อมทั้งยกตัวอย่างจากกรณีศึกษา ดังนี้

1. กราฟิกดีไซน์สำหรับผมคือการออกแบบสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยตา แล้วเกิดการอ่าน
การอ่านในที่นี้ไม่ได้แปลว่าอ่านตัวหนังสือ แต่เป็นการตีความจากสิ่งที่ตารับรู้ ซึ่งมันอาจจะเป็นภาพ สัญลักษณ์ สี การจัดองค์ประกอบ หรือข้อมูลอื่นใดก็ตาม

2. การออกแบบนี้จะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาในการสื่อสาร
กราฟิกดีไซน์ต้องช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากความพยายามสื่อสารข้อมูลอะไรบางอย่างให้ผู้รับสารได้เข้าใจ โดยมีประสิทธิภาพสูงสุด เข้าใจง่ายที่สุด ในเวลาที่สั้นที่สุด

3. นอกจากการแก้ปัญหาแล้วยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสม
ตัวงานต้องไปดำรงอยู่ในบริบทที่ตั้งใจได้อย่างไม่แปลกแยก และต้องไม่ขัดแย้งกับพื้นฐานการรับรู้ของผู้รับสาร กล่าวคือ วิธีการแก้ปัญหาของงานชิ้นหนึ่ง อาจไม่สามารถใช้กับงานอีกชิ้นหนึ่งได้ถ้าไม่มีความเหมาะสม

4. แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปด้วย
ต่อให้เป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสม การทำให้งานมีความโดดเด่น จับใจ ไม่แห้งแล้ง ต้องเติมความจินตนาการและคิดสร้างสรรค์ลงไปด้วย

5. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/10/11/graphic-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมได้รับโทรศัพท์จากนักออกแบบระดับโลก</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/09/28/world-class-designer-called/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/09/28/world-class-designer-called/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2009 16:35:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[fraud]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=802</guid>
		<description><![CDATA[มีเรื่องมาเล่าต่อครับทุกท่าน สืบเนื่องจาก ตอนที่แล้ว
เมื่อคืน คุณ J &#8220;นักออกแบบระดับโลก&#8221; โทร.มาหาตอนสี่ทุ่ม อ้างว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
เขาชวนผมช่วยทำงาน pitching โปรเจคสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เป็นงานด่วนมาก ต้องพรีเซนท์พฤหัสนี้ พร้อมสัญญาว่า ถ้าเข้ากันได้จะมีงานมาป้อนเรื่ีอยๆ, จะช่วยสนับสนุนให้ได้รับงานใหญ่โตต่อจากเขา
V : บริษัทของคุณพี่ไม่มีเว็บหรือ?
J : ไม่มี
V : ผมจะไปดูตัวอย่างงานของพี่ได้อย่างไร? อย่างน้อยก็อยากเห็นพอร์ทก่อน จะได้รู้ว่าทำงานเข้ากันได้หรือไม่
J : ต้องมาเจอกัน แล้วจะให้ดูบน iPod เลย มีหมด
V : งั้นมีตัวอย่างงานอันไหนให้ดูได้ง่ายๆ บ้าง?
J : Starbucks นี่ไง เดินเข้าร้านน่ะของพี่ทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ แพคเกจ ฯลฯ
V : (โห&#8230; เจ๋งโคตร)
J : Central World ก็ทำนะ
V : Central World มันใหญ่ครับ ไม่ทราบว่าทำส่วนไหน?
J : ทำหมดเลย directory, signage, [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/09/28/world-class-designer-called/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมได้พบกับนักออกแบบระดับโลก</title>
		<link>http://www.weeviraporn.com/2009/09/25/world-class-designer/</link>
		<comments>http://www.weeviraporn.com/2009/09/25/world-class-designer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 05:50:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Wee</dc:creator>
				<category><![CDATA[random thoughts]]></category>
		<category><![CDATA[designer]]></category>
		<category><![CDATA[fraud]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeviraporn.com/?p=787</guid>
		<description><![CDATA[มีเรื่องแปลกมาเล่าให้ฟังครับ โดยเฉพาะคนที่ทำงานสายออกแบบ เผื่อจะมีคนเจอแบบผม
เมื่อคืน ผมไปซื้อหนังสือกราฟิกที่ร้านคิโนคุนิยะ พารากอน ขณะจ่ายเงิน ก็บอกชื่อบริษัท และตัวสะกดให้พนง.ออกบิล ตอนนั้นมีคุณพี่คนหนึ่งที่มาซื้อหนังสือแล้วรอบิลอยู่ข้างๆ เข้ามาคุยกับผม ขอดูหนังสือที่ผมซื้อด้วยนิดหน่อย แล้วบทสนทนาก็เริ่มขึ้น&#8230; ขอเรียกชื่อย่อของเขาว่านาย J แล้วกันนะครับ
J : น้องทำบริษัทออกแบบอะไรหรือครับ?
V : ทำกราฟิกครับ
J : ตอนนี้หลักๆ รับงานจากใครหรือครับ?
V : ผมเพิ่งทำ signage ให้สนง.ใหม่ของ (ค่ายมือถือแห่งหนึ่ง), แล้วก็ (องค์กรทางวัฒนธรรมอีกแห่ง)
J : อ๋อ ที่ (ตึก&#8230;) ใช่ไหม?
จากนั้น นาย J ก็เริ่มบรรยายสรรพคุณของตัวเอง บอกว่าแกทำงานกราฟิกพวกแบรนดิ้ง บริษัทมีสาขาหลายเมืองทั่วโลก ตอนนี้กำลังรีแบรนด์ให้ Starbucks และยังมีงานโอลิมปิก 2012 อีก
V : พี่ทำอยู่ Wolff Olins หรือครับ!?
J : เปล่าๆ พี่ไม่ได้ทำโลโก้นะ แต่จะทำ&#8230;.. (ว่าไป)
ผมก็เริ่มแปลกใจ สงสัยว่าบริษัทอะไร? เขาเป็นใคร? ทำไมทำงานระดับนี้ได้? [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.weeviraporn.com/2009/09/25/world-class-designer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
