Graphic design = . . .

October 11th, 2009

pecha kucha bkk 6เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 มีโอกาสได้ไปร่วม “ปล่อยของ” ในงาน Pehca Kucha Night Bangkok ครั้งที่ 6 ที่สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย” จึงขอนำสไลด์ของตัวเองมาแบ่งปันให้ดูและบันทึกเนื้อหาไว้ที่นี่

โจทย์คราวนี้บังคับมาว่า “graphic design = . . .” ผมได้นั่งถกกับน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน ถึงปรัชญาในการทำงานของแต่ละคน เรียบเรียงออกมาเป็นประเด็นหลักสามข้อที่เราเห็นพ้องกันว่าควรจะเป็นสิ่งที่ยึดถือร่วมกันในการทำงานของ conscious สตูดิโอของเรา แล้วนำมาวิเคราะห์พร้อมทั้งยกตัวอย่างจากกรณีศึกษา ดังนี้ Read the rest of this entry »

เมื่อผมได้รับโทรศัพท์จากนักออกแบบระดับโลก

September 28th, 2009

มีเรื่องมาเล่าต่อครับทุกท่าน สืบเนื่องจาก ตอนที่แล้ว

เมื่อคืน คุณ J “นักออกแบบระดับโลก” โทร.มาหาตอนสี่ทุ่ม อ้างว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

เขาชวนผมช่วยทำงาน pitching โปรเจคสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เป็นงานด่วนมาก ต้องพรีเซนท์พฤหัสนี้ พร้อมสัญญาว่า ถ้าเข้ากันได้จะมีงานมาป้อนเรื่ีอยๆ, จะช่วยสนับสนุนให้ได้รับงานใหญ่โตต่อจากเขา

V : บริษัทของคุณพี่ไม่มีเว็บหรือ?
J : ไม่มี
V : ผมจะไปดูตัวอย่างงานของพี่ได้อย่างไร? อย่างน้อยก็อยากเห็นพอร์ทก่อน จะได้รู้ว่าทำงานเข้ากันได้หรือไม่
J : ต้องมาเจอกัน แล้วจะให้ดูบน iPod เลย มีหมด
V : งั้นมีตัวอย่างงานอันไหนให้ดูได้ง่ายๆ บ้าง?
J : Starbucks นี่ไง เดินเข้าร้านน่ะของพี่ทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ แพคเกจ ฯลฯ
V : (โห… เจ๋งโคตร)

Read the rest of this entry »

เมื่อผมได้พบกับนักออกแบบระดับโลก

September 25th, 2009

มีเรื่องแปลกมาเล่าให้ฟังครับ โดยเฉพาะคนที่ทำงานสายออกแบบ เผื่อจะมีคนเจอแบบผม

เมื่อคืน ผมไปซื้อหนังสือกราฟิกที่ร้านคิโนคุนิยะ พารากอน ขณะจ่ายเงิน ก็บอกชื่อบริษัท และตัวสะกดให้พนง.ออกบิล ตอนนั้นมีคุณพี่คนหนึ่งที่มาซื้อหนังสือแล้วรอบิลอยู่ข้างๆ เข้ามาคุยกับผม ขอดูหนังสือที่ผมซื้อด้วยนิดหน่อย แล้วบทสนทนาก็เริ่มขึ้น… ขอเรียกชื่อย่อของเขาว่านาย J แล้วกันนะครับ

Read the rest of this entry »

“design ไป บ่นไป” Design Pod เลือดไทยแท้ เพื่อสังคมนักออกแบบ

September 16th, 2009

tcdcconnect-header

ไม่อยากเชื่อ… มีรูปตัวเองในหัวอีเมล์จดหมายข่าวจาก TCDCconnect ฉบับเดือนกันยาน คู่กับคุณวันฉัตรแห่งเว็บ pantip!?

เหตุเพราะจดหมายข่าวฉบับนี้เป็นการรวบรวมบทความเกี่ยวกับ new media นั่นเอง – ขอเชิญอ่านบทสัมภาษณ์ตัวผม ในฐานะผู้ดำเนินรายการพอดคาสท์เรื่องการออกแบบ “design ไป บ่นไป” ได้ ที่ลิงค์นี้

การเล่นหมาก กับการบริหารองค์กร

September 14th, 2009

วันก่อนได้นั่งคุยกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง คุยไปคุยมาวนเวียนมาเรื่องการบริหารองค์กรได้อย่างไรไม่รู้ จากนั้นก็เริ่มเกิดการเปรียบเทียบกับการเล่นหมากชนิดต่างๆ เห็นว่าเป็นเรื่องน่าคิด จึงนำมาสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้

  • ผู้บริหารเป็นผู้เล่นเกมหมาก โดยมีลูกน้องในองค์กรเป็นตัวหมาก
  • ผู้บริหารที่เน้นพระคุณ ก็เปรียบเหมือนเล่นหมากล้อม รักษาตัว เน้นจำนวน
  • ผู้บริหารที่เน้นพระเดช ก็เปรียบเหมือนเล่นหมากรุก โหดร้ายกว่า เพื่อชัยชนะของส่วนรวม
  • เรื่องที่ควรคำนึง คือ ในหมากล้อม ทุกตัวหมากไม่มีความแตกต่าง ส่วนหมากรุก แต่ละตัวมีความสามารถแตกต่างกัน คอยส่งเสริมกัน
  • บางธุรกิจเหมาะจะใช้วิธีแบบหมากล้อม บางธุรกิจเหมาะจะใช้หมากรุก
  • ผู้บริหารขององค์กรขนาดใหญ่ ที่ไม่รู้จักบุคลากรของตัวเองดีนัก มองแต่ภาพรวม มีแนวโน้มจะใช้วิธีของหมากล้อมโดยปริยาย
  • ส่วนองค์กรขนาดเล็ก ที่เข้าใจความสามารถของบุคลากรแต่ละคนอย่างดี มีแนวโน้มจะใช้วิธีของหมากรุกได้อย่างเหมาะสม
  • จะว่าไป หมากรุกก็เหมือนกับการบริหาร – Put the right man on the right job.
  • หมากรุกนั้นโหดร้าย บางตัวต้องยอมตาย บางตัวต้องยอมอยู่เฉย ทั้งหมดนี้เพื่อชัยชนะของส่วนรวม

โดยส่วนตัว ผมไม่ใช่คนที่ลึกซึ้งอะไรมากมาย เคยพยายามเล่นหมากรุกก็ไม่รุ่ง หมากล้อมก็ไม่เคยแตะ จะให้ตัดสินว่าระหว่างหมากรุกกับหมากล้อม อย่างไหนดีกว่ากัน, อย่างไหนสนุกกว่ากัน, อย่างไหนยากกว่ากัน คงตอบไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าผมอยากใช้หมากไหน ขอเลือก “หมากฮอส” แล้วกัน ก็คือ จะช่วยผลักดันสมาชิกร่วมทีมให้ถึงที่สุดอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อถึงจุดหมายที่เขาพัฒนาตนเองได้สำเร็จ มีศักยภาพมากขึ้นแล้ว ก็จงกลับมาเป็นกำลังสำคัญของทีมต่อไป

Walkman อายุครบ 30 และพฤติกรรมการฟังเพลงของคนอายุย่าง 31

September 8th, 2009

ภาพจาก Gizmodo

ภาพ Walkman รุ่นแรก จาก Gizmodo

ไม่นานมานี้ได้เขียนบทความขนาดสั้นให้กับนิตยสาร art4d เนื่องในโอกาสที่ Walkman มีอายุครบ 30 ปี และก่อนที่บทความดังกล่าวจะได้ตีพิมพ์ ก็บังเอิญไปเจอบทความที่น่าสนใจอันหนึ่ง เกี่ยวกับการให้เด็กวัยรุ่นยุค iPod มาลองเล่น Walkman รุ่นแรก อ่านแล้วได้คิดตามหลังจากปะติดปะต่อบทความเข้าด้วยกัน จึงขอมาเล่าสู่กันฟังกันตรงนี้

ก่อนอื่น ขอเชิญอ่านเรื่องที่ผมเขียนก่อนนะครับ

Read the rest of this entry »

เชื่อมั่นประเทศไทย กับนักออกแบบกราฟิก

September 1st, 2009

dpbp-live-poster

เตรียมตัวพบกับ การสนทนาสดครั้งแรก ของรายการพอดคาสท์ “design ไป บ่นไป” โดย 5 นักออกแบบกราฟิก – วีร์ วีรพร ​(conscious), สุรัติ โตมรศักดิ์ (try2benice), สยาม อัตตะริยะ (color party), เคลวิน หว่อง (k kelvin studio) และ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ (farmgroup)

“designไป บ่นไป ตอน เชื่อมั่นประเทศไทย กับนักออกแบบกราฟิก”

พบกันวันที่ 7 ตุลาคมนี้ เวลา 17:30 น.  ณ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน “I am a Thai graphic designer

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook

ใครว่าแมคไม่มีไวรัส

August 29th, 2009

บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร art4d ฉบับที่ 162 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552

Gravity Rule

ทุกวันนี้เวลาจะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่น ผ่านทางสื่อบันทึกข้อมูลประเภท USB flash drive หรือที่เรียกกันไปได้หลากหลาย เช่น “thumb drive”, “ตั๊ม”, “แท่ง” และอื่นๆ เรามักได้ยินคำเตือนจากเจ้าของอุปกรณ์ว่า “ระวังนะ ในนี้มีไวรัส” มาคิดดูแล้วนี่เป็นคำเตือนที่ปราศจากความรับผิดชอบอย่างน่าหัวเราะ เพราะรู้ทั้งรู้ว่ามีเชื้อ ยังจะเอาไปจิ้มชาวบ้านเขาอีก เตือนไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเพราะผู้ถูกจิ้มก็ไม่สามารถจะยกการ์ดป้องกันตัวได้อยู่ดี หรือจะให้ใช้ USB condom ที่ลงใน art4d เมื่อไม่นานมานี้ก็ไม่ได้มีกันทุกคน ถ้าผู้จะถูกจิ้มขัดขืน ไม่ยอมให้จิ้ม ก็ไม่ได้ทำงานกันพอดี ช่างเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียจริง …นอกเสียจากคุณจะไปพบกับเจ้าของเครื่อง Apple Macintosh ที่พร้อมจะยอมถูกจิ้มแต่โดยดี โดยตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบเฉยว่า “จิ้มมาเถอะ ไวรัสของคุณทำอะไรเครื่องผมไม่ได้” แต่ความพิเศษนั้นกำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะขณะนี้มีการค้นพบไวรัสตัวแรกที่จ้องทำลายเฉพาะเครื่อง laptop ของ Apple แล้ว! มันมีชื่อว่า “Newton Virus” โดยอาการของเครื่องที่ติด Newton Virus คือ ระบบจะหยุดการตอบสนอง menu bar จะหักกลาง และ icon ทั้งหมดจะร่วงลงมากองระเกะระกะอยู่ที่ด้านล่างของหน้าจอ ทั้งยังไหลไปตามแรงดึงดูดของโลกเมื่อคุณทำการขยับเครื่อง ที่ร้ายกาจกว่านั้นคือ ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งมันได้ จนกว่าจะถึงเวลาหนึ่ง ทุกอย่างก็จะค่อยๆกลับคืนสู่สภาพปกติ คุณไม่มีทางป้องกัน และไม่มีวันรู้ว่ามันจะกลับมาเล่นงานคุณอีกเมื่อไหร่!

Read the rest of this entry »

conscious

August 18th, 2009

conscious-logo-400px

เพิ่งปรับปรุงเว็บสตูดิโอของตัวเองครั้งใหญ่จนเสร็จสมบูรณ์ครับ

เชิญแวะไปเยี่ยมชมได้ที่ www.conscious.co.th

บางกอกของฉัน

August 12th, 2009

ภาพจาก tcdcconnect.com

วันนี้ได้เห็นบทความใหม่บนเว็บ tcdcconnect เป็นเรื่องของสถานที่สุดโปรดในกรุงเทพฯ ของ 7 คนครีเอทีฟ ซึ่งมีผมรวมอยู่ในนั้นด้วย

ตอนที่ TCDC อีเมล์มาขอถามความเห็นเรื่องสถานที่ในกรุงเทพฯที่ชอบ ก็ไม่คิดหรอกว่าข้อมูลที่ตอบไปจะเหมือนใครหรือไม่ และถูกจับกลุ่มรวมไปกับใคร เขียนไปตามจริงที่นึกออก ณ เวลานั้น พอได้พบว่าตนเองถูกจับรวมอยู่ในกลุ่ม “คนครีเอทีฟ” อย่างนี้แล้วรู้สึกเขินไม่ใช่เล่น ไล่อ่านไปแต่ละคนแล้วก็รู้สึกว่าที่โปรดของทุกคนล้วนสอดคล้องกับลักษณะงาน หรือผลงานที่แต่ละคนทำอยู่มากๆ หันมามองตัวเองแล้วรู้สึกว่าคำตอบของตัวเองไม่เก๋เหมือนคนอื่นเขา

ห้องสมุด TCDC ชั้น 6 ห้างเอ็มโพเรียม
เป็นที่นั่งคิดงาน เพราะโดยอาชีพผมจำเป็นต้องหาดูงานอ้างอิง และหาแรงบันดาลใจเป็นประจำ ห้องสมุด TCDC เป็นห้องสมุดเฉพาะทาง ที่มีหนังสือดีๆ เยอะมาก เดินทางสะดวก และบรรยากาศดี ทุกครั้งที่ไปก็จะได้เจอคนรู้จัก เช่น เพื่อนร่วมอาชีพ รุ่นพี่รุ่นน้อง ลูกศิษย์ ฯลฯ รู้สึกอบอุ่นดี

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
เคยฝันมานานว่ากรุงเทพฯ น่าจะมีพื้นที่แสดงงานศิลปะร่วมสมัยที่อยู่ใจกลางเมือง แล้วหอศิลป์แห่งนี้ก็ถือกำเนิดขึ้น ชอบที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีกิจกรรมและนิทรรศการที่หลากหลาย บางครั้งแวะไปครั้งเดียวก็เดินชมได้หลายงาน ดูงานเสร็จก็ไปเดินห้างหรือเดินสยามตบท้ายได้อีก

ภัทราวดี เธียเตอร์
ตั้งแต่เด็ก ที่บ้านจะชอบพาไปดูการแสดงต่างๆ เช่น ดนตรี ละครเวที ซึ่งถ้าเป็นศิลปะการแสดงร่วมสมัยก็ต้องที่นี่ ผลงานของครูเล็กผสมผสานศิลปะการแสดงของไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ อาหารในร้านอาหารของที่นี่ก็อร่อย สามารถชมการแสดงไปพร้อมกับรับประทานอาหารด้วย พาแขกต่างประเทศมาเขาก็จะชอบ

อ่านจบแล้วคิดได้อย่างหนึ่งว่า อยากลองไปเยี่ยมที่โปรดของคนอื่นดู เพราะบางที่ก็เคยไปเป็นประจำอยู่แล้ว บางที่ก็เดินทางผ่านเป็นครั้งคราวโดยไม่คิดสนใจ เดี๋ยวจะรอดูว่ากลุ่มคนประเภทต่อไป (ถ้ามีตอนต่อไปของบทความเดียวกัน) จะมีที่โปรดเป็นที่ไหน และจะเหมือนหรือต่างจากคนกลุ่มของผมอย่างไร เผื่อจะได้ไอเดียการเที่ยวกรุงเทพที่แตกต่างจากพื้นที่ประจำของตัวเองบ้าง